วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘บพท.’ ชง ‘สภาพัฒน์’ ทำกลไกแก้จนถาวร ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากบรรจุในแผนพัฒนาฯ14  

‘บพท.’ เสนอ ‘สภาพัฒน์’บรรจุวาระแก้ปัญหาความยากจนและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากในแผนพัฒนาฯ ฉบับ 14 ชี้บทเรียนจากแผน 13 ยังขาดกลไกปฏิบัติจริง พร้อมเดินหน้าปั้นธุรกิจชุมชนเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ตั้งเป้าสร้างต้นแบบ 40,000 ราย ห่วงทุนใหญ่รุกฆาตระดับอำเภอ แนะรัฐบังคับใช้กฎหมายกันผูกขาด เพื่อสร้างการเติบโตอย่างทั่วถึง

KEY POINTS

  • บพท. เสนอให้สภาพัฒน์บรรจุนโยบายแก้ปัญหาความยากจนและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากไว้ในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 อย่างเป็นรูปธรรม
  • เนื่องจากแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ขาดกลไกการปฏิบัติที่ชัด
  • พร้อมส่งเสริมโมเดลการเดินหน้าปั้นธุรกิจชุมชนเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่

การแก้ปัญหาความยากจนให้ได้ผลอย่างแท้จริง จำเป็นต้องมีการวางแผนยุทธศาสตร์เชิงรุกในการแก้ปัญหา ควบคู่กับการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก โดยเน้นการสร้างกลไกที่ใช้งานได้จริงตั้งแต่การวางแผนในระดับประเทศไปจนถึงการสร้างกลไกในการแก้ปัญหาในพื้นที่อย่างยั่งยืน

นายกิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) เปิดเผยว่า บพท.ได้หารือกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รวมทั้งทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายไปยัง สศช.ว่าการผลักดันนโยบายแก้ปัญหาความยากจน และยกระดับเศรษฐกิจฐานราก จำเป็นต้องมีการบรรจุเรื่องนี้อยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ที่อยู่ระหว่างจัดทำอย่างเป็นรูปธรรม

โดยที่ผ่านมาในแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯฉบับที่ 13 ประเด็นเรื่องการแก้ไขความยากจน และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากยังไม่สามารถผลักดันให้สำเร็จได้เนื่องจากยังขาดกลไกการปฏิบัติที่ชัดเจนในระดับฐานราก ทำให้ยุทธศาสตร์ด้านความเสมอภาค และลดความเหลื่อมล้ำไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างเต็มที่  ดังนั้นในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ควรบรรจุประเด็นการขับเคลื่อนทางสังคม (Social Mobility) ที่มาจากการแก้ปัญหาเศรษฐกิจชุมชน และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชนอย่างชัดเจน

โดยเน้น 2 ประเด็นหลัก คือ การใช้ครัวเรือนยากจนเป็นหน่วยในการวิเคราะห์ (Unit of Analysis) เพื่อให้เข้าถึงปัญหาที่ต้นตอ และการสร้างกลไกในการยกระดับเศรษฐกิจชุมให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจจากท้องถิ่น (Local Engine) เพื่อรองรับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เกษตรแปลงใหญ่ และกลุ่มอาชีพที่ยังไม่ได้จดทะเบียนซึ่งมีจำนวนมหาศาลให้สามารถเป็นพลังในการขับเคลื่อนชุมชน เศรษฐกิจต่อไป  

‘บพท.’ ชง ‘สภาพัฒน์’ ทำกลไกแก้จนถาวร  ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากบรรจุในแผนพัฒนาฯ14  

ทั้งนี้โจทย์สำคัญที่ บพท. มุ่งเน้น คือการเปลี่ยนผ่านธุรกิจชุมชนจากการผลิตแบบดั้งเดิมที่เน้นแค่การพึ่งพาตนเอง ไปสู่การบริหารจัดการที่เป็นระบบภายใต้กรอบคิดการพัฒนา “คน-ของ-ตลาด” ให้ครอบคลุมทั้งในแง่ของ การพัฒนาผู้ประกอบการให้มีความสามารถพร้อมทำธุรกิจ ใช้นวัตกรรมเพิ่มมูลค่าบนฐานทรัพยากรพื้นถิ่น ส่วนการยกระดับช่องทางตลาด จะเน้นการเชื่อมโยงข้อมูลลูกค้าและสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ โดยเป้าหมายสูงสุดไม่ใช่เพียงตัวเลขกำไร แต่คือการสร้างงานให้ลูกหลานและทำให้ผู้สูงอายุในชุมชนมีคุณค่าในชีวิต

ในส่วนของเผยยุทธศาสตร์การขยายผลแบบผ่านโมเดล LE Hero (Local Enterprise Hero) ที่ประสบความสำเร็จให้เป็นศูนย์เรียนรู้ โดยตั้งเป้าพัฒนาให้ได้ 40,000 ราย ภายในปี 2570 และเพิ่มเป็น 320,000 ราย ภายใน 20 ปี นอกจากนี้ ยังเตรียมผลักดันให้ชุมชนใชเครื่องมือทางการเงิน (Financial Instrument) ที่เหมาะสมกับธุรกิจชุมชนขนาดเล็กที่มีรายได้ประมาณ 1-5 ล้านบาทต่อปี (Optimization size) เพื่อให้เข้าถึงทุนและมาตรฐานสินค้า (อย.) เช่นเดียวกับธุรกิจ Startup   

ผอ.บพท. ยังเน้นย้ำว่า การพัฒนาธุรกิจจะสำเร็จได้ต้องใช้กระบวนการทางสังคม นำหน้า เพื่อจัดการปัญหาพื้นฐาน เช่น หนี้นอกระบบ และอิทธิพลของพ่อค้าคนกลาง (ล้ง) ที่ควบคุมชีวิตคนในพื้นที่ พร้อมทั้งแสดงความกังวลต่อสภาวะที่ทุนใหญ่และ Superstore รุกคืบเข้าไปในระดับอำเภอ ซึ่งเป็นการกัดเซาะเศรษฐกิจชุมชนโดยที่ผู้บริโภคไม่รู้ตัว จึงเสนอให้มีการบังคับใช้กฎหมายป้องกันการผูกขาดอย่างจริงจังเพื่อคุ้มครองรายย่อยด้วยโดยเฉพาะร้านค้าในชุมชน

“เศรษฐกิจฐานรากคือภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งที่สุดของประเทศ หากเราทำให้คนตัวเล็กตัวน้อยอยู่ได้ มีรายได้สม่ำเสมอ และมีความฉลาดทางด้านการเงิน ประเทศก็จะเติบโตได้อย่างทั่วถึง มีการกระจายความเจริญได้อย่างแท้จริง” ดร.กิตติ กล่าว