วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

‘เอกนิติ’ เดินหน้า ‘รถเก่าแลกรถใหม่’ เร่งปรับภาษี ‘EV’ หนุนผลิตในประเทศ

“เอกนิติ” เผยคลัง-อุตสาหกรรมเดินหน้าหารือโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ พร้อมเร่งรัดการเปลี่ยนผ่านรถขนส่งสาธารณะเป็นยานยนต์ไฟฟ้าทั้ง รถตู้ รถแท็กซี่ และรถเมล์ ผ่านการถอดทะเบียนเร่งลดมลพิษ ดึงเอกชนร่วมวางระบบแยกซากรถเก่า หนุนใช้ดีเซล B20 พยุงฐานราก-เกษตรกรสวนปาล์ม

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึง การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดในภาคคมนาคมขนส่งว่า ล่าสุดได้มอบหมายนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังรับไปดูแล เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนยานพาหนะให้เป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยจะให้ความสำคัญกับกลุ่มรถขนส่งสาธารณะ เช่น รถตู้ รถแท็กซี่ และรถเมล์ เป็นลำดับแรก เนื่องจากมีปริมาณการใช้งานหนาแน่นและส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง 

อย่างไรก็ดี สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล รัฐบาลยังคงสนับสนุนผ่านการขับเคลื่อนมาตรการ EV 3.5 อย่างต่อเนื่องผ่านการให้เงินอุดหนุนคันละ 50,000 บาท เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์เครื่องสันดาปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ส่วนโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ ปลัดกระทรวงการคลังร่วมกับกรมสรรพสามิตกำลังหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรม ถึงรายละเอียดปัญหาและข้อติดขัด เพื่อตัดสินใจว่าจะดำเนินโครงการต่อไปหรือไม่

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตแก่ผู้ประกอบการที่เข้ามาตั้งฐานผลิตรถยนต์ในไทยและใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ ซึ่งรวมถึงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมรถยนต์ EV เพื่อดึงดูดการลงทุน ลดการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปจากต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยตั้งเป้าพิจารณารายละเอียดให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. ปี 2569

ถอดทะเบียน-กำจัดซาก "ขนส่งสาธารณะ" เร่งลดมลพิษ

นายเอกนิติ ยังกล่าวด้วยว่า กระทรวงการคลังกำลังประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ และ PM 2.5 โดยมีเป้าหมายคือการดึงรถขนส่งสาธารณะเก่า ที่ปล่อยควันพิษสูงออกจากระบบอย่างถาวรผ่านการถอดทะเบียน

“เราอยากให้เอารถเก่าที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากระบบ คือถอดทะเบียนเลย ถือว่าเป็นการยิงนกทีเดียวได้หลายตัว เพราะนอกจากประหยัดพลังงานแล้ว ยังช่วยเรื่อง PM 2.5ด้วย” นายเอกนิติ กล่าว

ทั้งนี้ ในส่วนของการจัดการด้านซากรถเก่านั้น กระทรวงการคลังและกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดตั้งระบบแยกชิ้นส่วนที่มีมาตรฐาน โดยได้หารือกับภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญและมีระบบที่พร้อม ให้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการนี้

ดัน “น้ำมันบนดิน” พยุงฐานราก หนุนเกษตรกรสวนปาล์ม

นอกเหนือจากการผลักดันรถยนต์ EV แล้ว กระทรวงการคลังมีแนวทางในการส่งเสริมพลังงานทางเลือกอื่นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทย โดยได้เตรียมผลักดันการใช้น้ำมันดีเซล B20 ซึ่งมีส่วนผสมของไบโอดีเซล B100 ที่สกัดจากน้ำมันปาล์มในสัดส่วน 20% และเนื้อน้ำมันดีเซลปิโตรเลียม 80% ควบคู่ไปด้วย

“มีข้อเสนออีกหนึ่งเรื่อง คือการผลักดันยานพาหนะที่ใช้ B20 ซึ่งเป็นไบโอดีเซลที่มาจากปาล์ม เพราะช่วยลดการใช้น้ำมันใต้ดินเปลี่ยนมาเป็นน้ำมันบนดิน และยังส่งผลดีต่อภาคการเกษตร”