นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองใช้จ่ายเงินกู้ พ.ร.ก.กู้เงิน เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับหลายหน่วยงานที่เตรียมยื่นขอรับการจัดสรรงบประมาณจากพ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท สำหรับแผนงานที่ 2 ซึ่งจัดสรรไว้สำหรับโครงการด้านพลังงานสะอาดโดยเฉพาะ
โดยหน่วยงานที่อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม ได้แก่ กระทรวงคมนาคม ซึ่งเตรียมโครงการที่เกี่ยวข้องกับระบบรถสาธารณะ และกระทรวงมหาดไทย ซึ่งร่วมมือกับการไฟฟ้าในการจัดทำโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปบนอาคารราชการทั่วประเทศ
รวมถึงกรมสรรพสามิตที่อยู่ระหว่างเตรียมโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งคาดว่าจะเห็นรายละเอียดความคืบหน้าได้ภายในเดือนมิ.ย.นี้
นายลวรณ กล่าวย้ำว่า การเปลี่ยนผ่านพลังงานถือเป็นเรื่องเร่งด่วน เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซเป็นหลักในการผลิตไฟฟ้า หากเกิดวิกฤตการณ์ระหว่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อการนำเข้า ไทยจะมีน้ำมันสำรองใช้ได้เพียงประมาณ 90 วันเท่านั้น ดังนั้นการเร่งส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานสะอาดในประเทศ จะช่วยลดความเสี่ยงจากวิกฤตพลังงานและสร้างความมั่นคงให้กับประเทศในอนาคต
นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยถึงความคืบหน้าของมาตรการดังกล่าวว่า ขณะนี้กรมสรรพสามิตกำลังทำการบ้านเพื่อจัดทำรายละเอียดโครงการให้มีความชัดเจนก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการ โดยเตรียมนำแนวคิดด้านการใช้เครื่องมือทางการเงินเข้ามาเป็นกลไกขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
อย่างไรก็ตาม นายพรชัยได้ปฏิเสธว่ารูปแบบการสนับสนุนนี้จะไม่ใช่โครงการในลักษณะ "รถคันแรก" และไม่ใช่รูปแบบการนำรถเก่ามาแลกรถใหม่
“ปัจจุบันยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกได้ เนื่องจากต้องการรอให้แผนงานสะเด็ดน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกในภาคอุตสาหกรรมและสร้างความสับสนให้กับประชาชน เมื่อรายละเอียดทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ จะนำสรุปรายงานต่อคณะกรรมการกลั่นกรองฯ เพื่อพิจารณาต่อไป”
นายพรชัย ระบุว่า ยังคงยืนยันหลักการสำคัญของมาตรการนี้ว่าจะเน้นไปที่การสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ผลิตภายในประเทศไทยเป็นหลัก เพื่อเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ

