"ภราดร" ชี้ใช้งบ พ.ร.ก.เงินกู้ทำ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" ไม่ผิดหลักฉุกเฉิน เหตุช่วยภาคธุรกิจรายเล็กจากวิกฤตสงคราม ส่วนไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2 ต้องให้ "เอกนิติ" ตัดสินใจเดินหน้าโครงการ
KEY POINTS
- นายภราดร ปริศนานันทกุล ชี้ว่าการใช้เงินจาก พ.ร.ก. เงินกู้เพื่อทำโครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" ไม่ขัดต่อวัตถุประสงค์ของกฎหมาย
- โครงการนี้เข้าเกณฑ์ฉุกเฉิน เนื่องจากเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายย่อยที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์สงครามในต่างประเทศ
- การตัดสินใจดำเนินโครงการในเฟสสองยังต้องรอความชัดเจนจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หลังสิ้นสุดเฟสแรก
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ขอใช้เงินกู้ ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯปี 2569 มาใช้เพื่อดำเนินโครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" ว่าโดยส่วนตัวมองว่า โครงการนี้ไม่ผิดวัตถุประสงค์การใช้เงินเพราะเป็นการนำเงินกู้ไปช่วยเหลือผู้ประกอบภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะรายเล็กที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตามหากจะดำเนินการต้องไปกำหนดเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการว่าผู้ประกอบการรวมทั้งประชาชนที่ได้รับสิทธิ์จะต้องมีเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไร
เมื่อถามย้ำว่า หากจะดำเนินการถือว่าเข้าหลักเกณฑ์ฉุกเฉินใช่หรือไม่ นายภราดร ยืนยันว่าถือว่าเข้าเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ และสามารถทำได้
“โครงการไทยเที่ยวไทยพลัสถือว่าเข้าเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ เพราะผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายเล็กได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในต่างประเทศโดยตรง” นายภราดรกล่าว
ส่วนความชัดเจนการดำเนิน “โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส” เฟสสอง นายภราดร กล่าวว่า ต้องรอความชัดเจนและตัดสินใจจาก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในขั้นตอนสุดท้ายเนื่องจาก กระทรวงการคลัง เป็นผู้พิจารณาโครงการ
โดยขอให้โครงการสิ้นสุดเฟสแรกก่อน จากนั้นค่อยมาประเมินสถานการณ์ว่าตอนเป็นอย่างไร เพราะขณะนี้สถานการณ์สงครามก็ยังไม่สิ้นสุด





