บวท. คาดปริมาณเที่ยวบินปี 2569 รวม 919,643 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ย 2,520 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2568 ราว 1.64% สะท้อนอุตสาหกรรมการบินของไทยยังเข้มแข็ง
KEY POINTS
- บวท. คาดปริมาณเที่ยวบินปี 2569 รวม 919,643 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ย 2,520 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2568 ราว 1.64% สะท้อนอุตสาหกรรมการบินของไทยยังเข้มแข็ง
- เปิดเผยสถิติเที่ยวบินเข้า-ออกและผ่านน่านฟ้าไทย พบว่าจีนครองแชมป์เข้าไทยสูงสุด มีจำนวนเที่ยวบินสะสมถึง 84,033 เที่ยวบิน รองลงมาคือ อินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ตามลำดับ
- เพื่อรองรับการเติบโตของเที่ยวบินจากจีน บวท. ได้พัฒนาเส้นทางบินใหม่ L770 ซึ่งเป็นเส้นทางบินตรงสู่ประเทศจีน เพื่อลดระยะทางและเพิ่มประสิทธิภาพการบิน เตรียมเปิดใช้ 3 ก.ย.นี้
แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทาง แต่ยังพบว่าไทยยังเป็นเดสติเนชั่นครองใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก สะท้อนได้จากข้อมูล บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) รายงานว่าขณะนี้มีปริมาณเที่ยวบินรวมทั้งสิ้น 777,456 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ย 2,558 เที่ยวบินต่อวัน แบ่งเป็น
- เที่ยวบินระหว่างประเทศ 385,991 เที่ยวบิน
- เที่ยวบินภายในประเทศ 297,234 เที่ยวบิน
- เที่ยวบินผ่านน่านฟ้า 94,231 เที่ยวบิน
ซึ่งตัวเลขปริมาณเที่ยวบินเป็นไปตามคาดการณ์ แม้การเติบโตจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และ บวท.ประเมินว่าปริมาณเที่ยวบินรวมในปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2568 – ก.ย. 2569 คาดการณ์ว่าจะมีเที่ยวบินรวม 919,643 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ย 2,520 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2568 ราว 1.64%
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ ประธานกรรมการ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) กล่าวว่า การขยายตัวของปริมาณเที่ยวบินเข้าไทยยังสะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินไทยอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มเติบโตอย่างมั่นคง แม้ว่าจะมีปัจจัยภายนอกกระทบแต่อุตสาหกรรมการบินของไทยเป็นไปในทิศทางบวก ไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่เติบโตสูงสุด
โดยกลุ่มประเทศที่มีเที่ยวบินเข้า - ออกและบินผ่านประเทศไทยสูงสุด ได้แก่
- จีน เที่ยวบินสะสม 84,033 เที่ยว
- อินเดีย เที่ยวบินสะสม 43,131 เที่ยว
- มาเลเซีย เที่ยวบินสะสม 39,641 เที่ยว
- สิงคโปร์ เที่ยวบินสะสม 38,224 เที่ยว
- เวียดนาม เที่ยวบินสะสม 32,425 เที่ยว
ทั้งนี้จากแนวโน้มการเติบโตของเที่ยวบินจากจีนนั้น บวท.ได้พัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเปิดใช้เส้นทางบิน L770 (NAN–SAGAG) ในวันที่ 3 ก.ย.นี้ ซึ่งจะเป็นเส้นทางบินตรงจากประเทศไทยสู่ประเทศจีน ผ่านความร่วมมือของไทย จีน และลาว ช่วยลดระยะทางการบิน 27.5 - 35.2 ไมล์ทะเล เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจราจรทางอากาศ
นอกจากนี้ การเปิดใช้เส้นทางบินใหม่นี้ จะยังช่วยลดต้นทุนสายการบิน ประหยัดเชื้อเพลิง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และรองรับการเติบโตของการเดินทางระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับจีน เป็นการสนับสนุนการพัฒนาการบินอย่างยั่งยืน รองรับปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น นับเป็นการพัฒนาโครงข่ายเส้นทางบินในภูมิภาค และสนับสนุนการเพิ่มศักยภาพการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างไทย - จีน ซึ่งเป็นการตลาดการบินสำคัญ





