เศรษฐกิจอีสานฟื้นช้าสุดในไทย หนี้เสียสูง สินเชื่อติดลบ ขณะที่โรงงานทยอยปิดตัว และหันไปใช้ทุนแทนแรงงาน ผู้ว่าฯ ธปท.ชี้ "กลับไปทำงานโรงงานก็ไม่ง่ายอีกต่อไป" ทางรอดจึงอยู่ที่การดันสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าเพิ่ม
เศรษฐกิจอีสานเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจภูมิภาคที่ต้องจับตามากที่สุด เมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นในประเทศไทย โดยนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนาประจำปี 2569 ของสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือในหัวข้อ “เฮ็ดการ เฮ็ดงาน อีสาน บ้านเฮา” ว่า ตัวเลขสถิติของจังหวัดในภาคอีสาน มีความน่ากังวลกว่าภูมิภาคอื่นไม่ว่าจะเป็นอัตราการฟื้นตัวของธุรกิจ หนี้เสีย (NPLs) และหนี้ครัวเรือน รวมทั้งแรงงานในภาคอีสานกว่า 50% ยังอยู่ในภาคเกษตรกรรมซึ่งมีผลิตภาพทางเศรษฐกิจน้อย
ในอดีตแรงงานในภาคอีสานส่วนหนึ่งมักเข้าไปทำงานในโรงงานของเอกชนเพื่อยกระดับค่าแรง และคุณภาพชีวิต อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การเปิด-ปิดโรงงานในประเทศไทยก็อยู่ในสภาวะที่ไม่สู้ดีนัก โดยเมื่อวันที่ 31 ก.ค.69 ที่ผ่านมา นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ ธปท. กล่าวในงานแถลงข่าวว่า ภาพรวมการเลิกกิจการของโรงงานอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีแรก 2569 โดยเฉพาะกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งภาคการผลิตของไทยก็ได้รับแรงกดดันต่อเนื่องจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง และสินค้านำเข้าราคาต่ำจากต่างประเทศ
“ยอดสุทธิการเปิด-ปิดโรงงานยังเป็นลบ แต่ที่น่าเป็นห่วงกว่านั้นคือ การจ้างงาน เพราะถึงแม้การจ้างงานในภาพรวมจะยังมีอยู่ แต่เป็นการใช้เงินทุนที่เข้มข้นมากกว่าการใช้แรงงาน” นางสาวชญาวดี กล่าว
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยช่วงปลายเดือนก.ค. ว่า ยอดการเลิกกิจการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าการเปิดกิจการ โดยครึ่งปีแรกมีธุรกิจเลิกกิจการ 7,024 ราย เพิ่มขึ้น 12.49% ขณะที่ทุนจดทะเบียนของกิจการที่เลิกสูงถึง 98,857 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 223.66%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ไม่เพียงแต่ธุรกิจรายเล็กที่ทยอยปิดกิจการ แต่ยังมีนิติบุคคลที่มีเงินลงทุนสูงทยอยถอนตัวจากตลาดเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าแรงกดดันทางเศรษฐกิจกระทบผู้ประกอบการในวงกว้าง
ในประเด็นนี้ นายวิทัย กล่าวในงานเสวนาเศรษฐกิจภาคอีสานว่า การกลับเข้าไปทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมอาจไม่ใช่ทางเลือกของแรงงานในภาคอีสานเหมือนเดิมอีกต่อไป
“กลับไปทำงานโรงงานก็ไม่ง่าย โรงงานก็ใช้แรงงานลดลงมาก มันเป็นเทรนด์ที่ชัดเจน” นายวิทัย กล่าว
ผู้ว่าฯ ธปท. อธิบายว่า ดังนั้นจึงต้องกลับมาพิจารณาที่การจ้างงานในภาคการเกษตร อย่างไรก็ตาม การเพิ่มผลิตภาพในภาคส่วนดังกล่าวอาจเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แต่หนึ่งสิ่งที่ทำได้เลยคือ การผลิตสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าเพิ่มเพื่อดันราคาสินค้าเหล่านั้นให้สูงขึ้น
เขากล่าวทิ้งท้ายว่า การจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจในภาคอีสานต้องแก้ทั้งเศรษฐกิจมหภาค และจุลภาคไปพร้อมกัน เพราะเกษตรกรไทยต่อสู้กับสินค้าต่างประเทศในเรื่องปริมาณการผลิตไม่ได้ เนื่องจากมีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่า ดังนั้นในขณะที่ ธปท. ออกมาตรการช่วยเหลืออย่างการแก้หนี้ เกษตรกรไทยก็ต้องเพิ่มมูลค่าการเกษตรเพื่อเพิ่มรายได้ไปพร้อมกัน
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





