“พลังงาน” พร้อมรับมือ น้ำมัน - LNG ที่ผันผวนสูง ย้ำไทยมีสำรองเพียงพอ เตรียมมาตรการลดภาระค่าครองชีพต่อเนื่อง
KEY POINTS
- ราคาน้ำมัน และ LNG ในตลาดโลกผันผวนอย่างหนักจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน โดยราคาน้ำมันเดือนก.ค. สูงขึ้น 10-12% และ LNG พุ่งขึ้นเกือบ 60%
- กระทรวงพลังงานใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และการกำกับดูแลราคา ณ โรงกลั่น เพื่อตรึงราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ ไม่ให้กระทบค่าครองชีพประชาชน
- สำหรับ LNG ที่กระทบค่าไฟฟ้า จะใช้มาตรการลดการนำเข้า เช่น เพิ่มการจัดหาก๊าซในอ่าวไทย รับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน และ สปป.ลาว และเพิ่มการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะ
- ด้านความมั่นคง ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอต่อการใช้งานนานถึง 101 วัน
วันนี้ (31 ก.ค.2569) นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวง และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่กำลังเผชิญกับความผันผวนอย่างหนัก จากปัจจัยการสู้รบระหว่างสหรัฐ-อิหร่านที่ยังคงคาดเดาไม่ได้ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานพลังงานทั่วโลก
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน ยังคงมีการติดตาม และเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า ราคาซื้อขายเดือนกรกฎาคม ปรับตัวสูงขึ้นกว่าเดือนมิถุนายน เฉลี่ยประมาณ 7 - 8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 10 - 12%
ทั้งนี้ แม้ราคาน้ำมันขายปลีกประเทศเพื่อนบ้านมีการปรับตัวสูงขึ้นตามราคาในตลาดโลก แต่สำหรับประเทศไทย กระทรวงพลังงาน ยังคงใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และการกำกับดูแลราคา ณ โรงกลั่นตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อภาระค่าครองชีพของประชาชน ส่วนด้านความมั่นคงนั้น ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรอง ณ วันที่ 30 ก.ค.2569 เพียงพอต่อการใช้ในประเทศถึง 101 วัน
ส่วน LNG นำเข้า ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสำคัญในการผลิตไฟฟ้า มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยก่อนเกิดสงครามจากประมาณ 11 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 18 - 20 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 60% เป็นผลมาจากการที่ตลาดประเมินความเสี่ยงด้านอุปทานสูงขึ้นมาก เนื่องจาก LNG จำนวนเกือบ 20% ของอุปทานโลกต้องพึ่งพาเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และคาดว่าจะสูงขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้เนื่องจากจะมีการใช้ LNG เพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง
"จากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก และราคา LNG ที่มีความผันผวนในระดับสูง กระทรวงพลังงาน ยังคงเกาะติด และประเมินสถานการณ์ตลาดโลกอย่างต่อเนื่องทุกวัน โดยในส่วนของน้ำมัน ได้ใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงร่วมกับการกำกับดูแลราคา ณ โรงกลั่น เพื่อรักษาราคาขายปลีกภายในประเทศ ส่วนราคา LNG นำเข้า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออัตราค่าไฟฟ้านั้น จะใช้การบริหารจัดการ เช่น การจัดหาก๊าซในอ่าวไทยเพิ่มขึ้น การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนระยะสั้น การรับซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว และการเพิ่มการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เพื่อให้ลดการนำเข้า LNG ให้ได้มากที่สุด ก็จะช่วยให้ไม่กระทบกับอัตราค่าไฟฟ้า กระทรวงพลังงาน พร้อมดำเนินทุกมาตรการที่จำเป็น เพื่อลดค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด"
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





