วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ผอ.IEA ชี้ ‘ทางเลือกขนส่ง-อุปทานแหล่งใหม่’ บรรเทาผลกระทบพลังงานหลังสงครามเดือดอีก

สถานการณ์ในตลาดน้ำมัน และพลังงานทั่วโลก ต้องการจับตาอย่างใกล้ชิด หลังจากเกิดความเคลื่อนไหวล่าสุดในความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ล่าสุด Fatih Birol ผู้อำนวยการบริหารองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า การยกระดับความรุนแรงของการสู้รบที่ส่งผลกระทบต่อช่องแคบฮอร์มุซ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค ได้เพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงในการจัดหาอุปทาน และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มตลาด การข่มขู่บริเวณช่องแคบาบ เอล มันเดบ (Bab el-Mandeb) ซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นในฐานะเส้นทางเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ ยิ่งซ้ำเติมความกังวลเหล่านี้ให้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

ในขณะนี้ ตลาดน้ำมันดิบยังคงได้รับประโยชน์จากปัจจัยต่างๆ ที่ช่วยบรรเทาผลกระทบจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ก่อนหน้านี้ ได้แก่ ปัจจัยอุปทานจำนวนมากจากผู้ผลิตในอ่าวเปอร์เซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความพยายามครั้งสำคัญของซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)ที่ยังคงส่งน้ำมันไปยังตลาดโลกผ่านเส้นทางเลือกแทนช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงปริมาณน้ำมันบางส่วนที่ยังคงขนส่งผ่านช่องแคบดังกล่าวได้อยู่ 

IEAประเมินว่าการส่งออกของกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียนั้นต่ำกว่าระดับสูงสุดในช่วงปลายเดือนมิ.ย. แต่ยังคงสูงกว่าระดับที่เห็นในช่วงระหว่างต้นเดือนมี.ค.ถึงกลางเดือนมิ.ย.อย่างมาก

นอกจากนี้ ผู้ผลิตน้ำมันในภูมิภาคอื่นๆ โดยเฉพาะสหรัฐ  บราซิล เวเนซุเอลา และคาซัคสถาน ได้เพิ่มการส่งออกเพื่อชดเชยการสูญเสียอุปทานบางส่วนจากอ่าวเปอร์เซีย 

ในด้านความต้องการ (Demand) จีนได้มีบทบาทสำคัญในการสร้างเสถียรภาพให้กับตลาด โดยลดการนำเข้าน้ำมันดิบลงเกือบ 50% เมื่อเทียบกับระดับก่อนเกิดสงคราม

การทยอยระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินอย่างต่อเนื่องโดยประเทศสมาชิก IEA ยังคงช่วยบรรเทาภาวะตึงตัวในตลาดได้อย่างมาก นับตั้งแต่การประกาศเมื่อวันที่ 11 มี.ค.69 เรื่องการดำเนินการร่วมกันของ IEA ในการจัดหาน้ำมัน 400 ล้านบาร์เรลเข้าสู่ตลาด 

ประเทศสมาชิก IEA ได้ระบายน้ำมันออกมาระหว่างทางแล้วประมาณ 290 ล้านบาร์เรล และยังมีไหลเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ประเทศสมาชิก IEA ยังคงถือครองน้ำมันสำรองฉุกเฉินในปริมาณมหาศาล โดยมีน้ำมันสำรองที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลมากกว่า 1 พันล้านบาร์เรล

อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถนิ่งนอนใจเกี่ยวกับความมั่นคงทางน้ำมันได้เลย ท่ามกลางการยกระดับความรุนแรงของการสู้รบ และการลดลงอย่างต่อเนื่องของสต๊อกน้ำมันเพื่อการพาณิชย์ กิจกรรมโรงกลั่น และการจัดหาผลิตภัณฑ์น้ำมันยังไม่ได้ฟื้นตัวรวดเร็วเท่ากับการส่งมอบน้ำมันดิบ ซึ่งหมายความว่าตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป รวมทั้งดีเซล และเบนซิน มีภาวะตึงตัวมากกว่าตลาดน้ำมันดิบอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับตลาดก๊าซธรรมชาติ ปริมาณการขนส่ง LNG ที่เพิ่มขึ้นจากตลาดอื่นๆ นำโดยสหรัฐ และแคนาดา ได้ช่วยชดเชยอุปทานที่สูญเสียไปผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ประมาณ 70% แต่หากเกิดความล่าช้าเพิ่มเติมในการกลับมาส่งออกของกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย ก็เสี่ยงที่จะทำให้ตลาดตึงตัวยาวนานขึ้น ซึ่งผู้นำเข้า LNG ทุกรายจะได้รับผลกระทบ รวมถึงยุโรปที่กำลังมองหาการเติมก๊าซสำรองสำหรับฤดูหนาวหน้า

IEA ยังคงยืนยันว่า การยุติความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งรวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ และปราศจากเงื่อนไข จะเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการหลีกเลี่ยงไม่ให้ความมั่นคงทางพลังงานของโลกทรุดโทรมลงไปอีก

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์