กระทรวงคมนาคมประกาศเดินหน้าผลักดันโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ ช่วงชุมพร-ท่าเรือระนอง เพื่อเติมเต็มจุดเชื่อมสำคัญ (Missing Link) ของโครงข่ายระบบรางไทย เชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมทั้งระบบถนน รถไฟ ท่าเรือ สนามบิน และด่านชายแดน ดันท่าเรือระนองเป็น “ประตูการค้า” ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศพับแผนลงทุนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งเพื่อเชื่อมโยงอ่าวไทย - อันดามัน (แลนด์บริดจ์)
นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เผยว่า โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ ชุมพร-ท่าเรือระนอง นับเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่จะเติมเต็มโครงข่ายคมนาคมของประเทศ เพราะเป็นจุดเชื่อมที่ยังขาดอยู่ของระบบรางไทย ทำให้โครงข่ายรถไฟสายหลักของประเทศสามารถเชื่อมต่อกับท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามันได้เป็นครั้งแรก
โดยโครงการดังกล่าวมีระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร วงเงินลงทุนกว่า 27,000 ล้านบาท แม้จะเป็นเส้นทางระยะสั้นเมื่อเทียบกับโครงการรถไฟสายหลักทั่วประเทศ แต่ถือเป็นจุดเชื่อมยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้การลงทุนด้านระบบรางที่ประเทศไทยดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สามารถทำงานเชื่อมโยงกันเป็นโครงข่ายเดียวอย่างสมบูรณ์ เปรียบเสมือนการเติมเต็มชิ้นส่วนสุดท้ายของ "จิ๊กซอว์" ที่ทำให้ระบบคมนาคมของประเทศมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะสนับสนุนการขนส่งสินค้าจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ สามารถขนส่งทางรางผ่านโครงข่ายรถไฟทางคู่เข้าสู่ท่าเรือระนอง โดยไม่ต้องเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งไปใช้รถบรรทุก ช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ ลดระยะเวลาการขนส่ง เพิ่มความสะดวกให้ผู้ประกอบการ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก
อีกทั้งโครงการรถไฟสายใหม่นี้ จะทำให้ท่าเรือระนองเป็นประตูการค้าฝั่งอันดามัน ออกสู่มหาสมุทรอินเดีย เชื่อมโยงการค้ากับประเทศสมาชิก BIMSTEC รวมถึงตลาดตะวันออกกลางและแอฟริกา รองรับการขยายตัวของการค้าโลกในอนาคต และเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบโลจิสติกส์ไทยให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก
สำหรับไทม์ไลน์ผลักดันโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ ช่วงชุมพร - ท่าเรือระนอง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ดำเนินการออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จ
- 2569 : อยู่ระหว่างเสนอรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)
- 2569 : เสนอ ครม. เห็นชอบ
- 2570 : คาดเปิดประกวดราคา และเริ่มก่อสร้างทันที
- 2570 - 2573 : ใช้เวลาสร้างราว 3 ปีแล้วเสร็จ
- 2574 : เปิดให้บริการ



