โครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) ถือเป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่ประเทศไทยกำลังเฝ้ารอการเปิดให้บริการ ซึ่งปัจจุบันมี 1 โครงการอยู่ระหว่างก่อสร้าง คือ ไฮสปีดเทรนไทย - จีน ช่วงกรุงเทพฯ - นครราชสีมา เป็นโครงการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 11 ก.ค.2560 ปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เผยคืบหน้างานก่อสร้างกว่า 55% ตั้งเป้าเปิดบริการปี 2574
ขณะที่โครงการไฮสปีดเทรนสายที่ 2 ของไทยอย่างเส้นทางเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ซึ่งลงนามสัญญาร่วมลงทุนไปตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค.2562 ขณะนี้เดินทางมาถึง 7 ปี สถานะปัจจุบันยังไม่สามารถเริ่มงานก่อสร้างได้ เนื่องจากยังติดปัญหาเจรจาแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่จะเสนอคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณา “สิ้นสุดสัญญาร่วมทุน”
โครงการไฮสปีดเทรนจึงถือเป็นอีกหนึ่งเมกะโปรเจกต์แห่งความหวัง ด้วยมูลค่าการลงทุนจำนวนมาก จึงขับเคลื่อนยาก อีกทั้งยังเป็นโครงการที่ต้องใช้เทคโนโลยีใหม่ที่ไทยยังไม่เคยดำเนินการ แต่ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมได้ประกาศแผนดำเนินงานในปี 2570 เตรียมเสนอ ครม. อนุมัติโครงการไฮสปีดเทรนสายใหม่ ช่วงกรุงเทพฯ - พิษณุโลก
สำหรับโครงการไฮสปีดเทรน ช่วงกรุงเทพฯ – พิษณุโลก เป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ - เชียงใหม่ เป็นโครงการที่กระทรวงคมนาคม (ประเทศไทย) และกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งและการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น (MLIT) ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) การพัฒนาระบบรางระหว่างไทย – ญี่ปุ่น
โดยโครงการมีระยะทางรวม 668 กิโลเมตร แบ่งเป็น
- ระยะที่ 1 กรุงเทพฯ - พิษณุโลก ระยะทาง 380 กิโลเมตร วงเงินลงทุนราว 2.76 แสนล้านบาท
- ระยะที่ 2 พิษณุโลก - เชียงใหม่ ระยะทาง 288 กิโลเมตร วงเงินลงทุนราว 2.32 แสนล้านบาท
สถานะของโครงการปัจจุบันช่วงกรุงเทพฯ – พิษณุโลก รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล) อยู่ระหว่างพิจารณารูปแบบการลงทุน โดยกระทรวงคมนาคมบรรจุไว้ในแผนดำเนินงานในปี 2570 เป็นโครงการต่อเนื่องที่เตรียมเสนอ ครม.พิจารณา และตั้งเป้าเริ่มก่อสร้างเดือน ม.ค. 2573 และเปิดบริการเดือน ม.ค. 2579


