“กรมการขนส่งทางราง” เปิดคืบหน้านโยบาย “ตั๋วร่วม” คุมค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17 – 45 บาทต่อเที่ยว เชื่อมการเดินทางครอบคลุมทุกสีทุกสาย ระบุ BTS เตรียมพร้อมติดตั้งหัวอ่านระบบ EMV เพิ่มเติมในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีเขียว
KEY POINTS
- 'คมนาคม' เดินหน้าผลักดันนโยบายตั๋วร่วม ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 45 บาทตลอดสาย คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ในช่วงต้นปี 2570
- 'กรมการขนส่งทางราง' เปิดความคืบหน้า ระบุ BTS เตรียมพร้อมติดตั้งหัวอ่านระบบ EMV เพิ่มเติมในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีเขียว พร้อมลุยศึกษาพัฒนาบัตร Rabbit ให้เป็นระบบ EMV หนุนผู้โดยสารเดินทางด้วยบัตรใบเดียว
- ยืนยันไม่มีปัญหาแม้โครงการรถไฟฟ้าจะยังติดสัญญาสัมปทานเดิม เพราะหลักการของนโยบายนี้ คือรัฐจะเป็นผู้ให้เงินอุดหนุนแก่ประชาชนโดยตรง
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการผลักดันนโยบาย "ตั๋วร่วม" โดยระบุว่า ตามเป้าหมายรัฐบาลจะปรับกรอบอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17-45 บาทต่อเที่ยว ครอบคลุมครบทั้ง 8 สายในช่วงต้นปี 2570 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชน
สำหรับนโยบายดังกล่าวประชาชนจะได้รับสิทธิต่อเมื่อมีการแตะจ่ายค่าโดยสารด้วยบัตร EMV ซึ่งเป็นบัตรเครดิต และบัตรเดบิต VISA / MasterCard / UnionPay ที่มีสัญลักษณ์ EMV Contactless ปัจจุบันกรมฯ จึงได้หารือกับกรุงเทพมหานคร และผู้ประกอบการรถไฟฟ้า เพื่อเตรียมติดตั้งระบบ EMV เพิ่มเติมในส่วนของรถไฟฟ้าที่ยังไม่รองรับการแตะจ่าย อาทิ รถไฟฟ้าสายสีเขียว
ทั้งนี้ กลุ่มบีทีเอส ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ รถไฟฟ้าสายสีเขียว ปัจจุบันพร้อมจะดำเนินการติดตั้งเครื่องอ่านบัตร EMV เคลื่อนที่บริเวณประตูพิเศษสำหรับผู้พิการ เพื่อเป็นช่องทางเสริมสำหรับผู้ที่ต้องการใช้โปรโมชั่น 17 - 45 บาท อีกทั้งยังเตรียมศึกษาพัฒนาบัตร Rabbit ให้รองรับการแตะจ่ายระบบ EMV ในอนาคต
“นโยบายค่าโดยสาร 17 - 45 บาทต่อเที่ยวนั้น ยืนยันว่าไม่มีปัญหาแม้โครงการรถไฟฟ้าจะยังติดสัญญาสัมปทานเดิม เพราะหลักการของนโยบายนี้ คือรัฐจะเป็นผู้ให้เงินอุดหนุนแก่ประชาชนโดยตรง การบริหารจัดการ คือระบบ EMV ซึ่งเป็นระบบหลังบ้าน จะตรวจสอบยอดเงินการเดินทาง และคืนส่วนต่างค่าโดยสารให้กับประชาชนภายใน 3 วัน ขณะที่เอกชนยังคงจัดเก็บค่าโดยสารตามสัญญาสัมปทานเดิม”





