วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

เปิดโมเดล‘ตั๋วร่วม-ค่าโดยสารระบบรางสูงสุด45บาท’ อิงม.43พรบ.พีพีพี‘เอกชนเดินรถ-รัฐบริหารรายได้’

กรมการขนส่งทางราง (ขร.) กระทรวงคมนาคม จัดประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 ภายใต้โครงการศึกษาการกำหนดอัตราค่าโดยสารขนส่งมวลชนระบบรางแบบเขตพื้นที่ ตามเขตพื้นที่จัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านเข้าพื้นที่จราจรหนาแน่นเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และเร่งผลักดันนโยบายลดภาระค่าครองชีพ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า นักวิชาการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

 นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้รับทราบการดำเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน หรือ Common Fare กรมการขนส่งทางราง ได้เร่งผลักดันนโยบายดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางด้วยระบบรถไฟฟ้าในราคาที่เหมาะสม ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น

“การกำหนดโครงสร้างค่าโดยสารร่วมไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงรถไฟฟ้าทุกสายให้เป็นโครงข่ายเดียวกัน ลดข้อจำกัดในการเปลี่ยนสายหรือเปลี่ยนผู้ให้บริการ และสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนทางรางแทนรถยนต์ส่วนบุคคลมากขึ้น”

นายอธิภู จิตรานุเคราะห์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวว่า แนวทางที่อยู่ระหว่างการศึกษากำหนดอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะในราคาที่เหมาะสม

ประเด็นสำคัญของแนวทางดังกล่าว คือการยกเลิกการเรียกเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน เมื่อผู้โดยสารเปลี่ยนสายหรือเปลี่ยนผู้ให้บริการ เพื่อให้การเดินทางเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าแต่ละสายมีความสะดวก เป็นธรรม และสะท้อนลักษณะการเดินทางภายในโครงข่ายเดียวกันมากยิ่งขึ้น

“สำหรับช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนที่ระบบค่าโดยสารร่วมจะเริ่มใช้อย่างเป็นทางการ มาตรการบัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน ราคา 40 บาท สำหรับรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดง จะยังคงดำเนินการต่อไป เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับประโยชน์อย่างต่อเนื่อง และไม่เกิดช่องว่างระหว่างการเปลี่ยนผ่านจากมาตรการเดิมไปสู่โครงสร้างค่าโดยสารรูปแบบใหม่”

นายอธิภู กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายในงานกรมการขนส่งทางรางยังได้นำเสนอ 8 มาตรการส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบราง เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง หรือ Modal Shift จากรถยนต์ส่วนบุคคลสู่ระบบขนส่งมวลชนทางรางอย่างเป็นระบบ

มาตรการดังกล่าวครอบคลุมทั้งการให้สิทธิประโยชน์แก่กลุ่มเป้าหมาย การพัฒนาบัตรโดยสารรายเดือนและระบบสมาชิก บัตรโดยสารสำหรับนักเรียนและนักศึกษา การสร้างความร่วมมือกับนายจ้างและองค์กรขนาดใหญ่ รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ เช่น การออกกำลังกายแลกสิทธิประโยชน์ด้านค่าโดยสาร เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทาง

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางรางจะรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการสัมมนา เพื่อนำไปวิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายให้มีความเหมาะสม เป็นธรรม และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชน ผู้ให้บริการ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน

รศ.ดร. อำพล การุณสุนทวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างอัตราค่าโดยสาร กล่าวว่า  จากการศึกษาการเพื่อปฏิรูปสู่ระบบตั๋วร่วม และนโยบายค่าโดยสารผ่านการปรับรูปแบบการเดินทางให้เชื่อมต่อกันได้ทุกโครงข่าย และกำหนดเพดานราคาสูงสุดที่ 45 บาทต่อเที่ยว จากเดิมที่มีปัญหาค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนและค่าโดยสารบานปลายตามระยะทาง

      สำหรับการปลดล็อกโครงสร้างสัมปทาน แนวทางการศึกษาชี้ว่า ปรับเปลี่ยนสัญญาจากระบบเดิมไปสู่ ระบบ Gross Cost โดยใช้ มาตรา 43 ของ พ.ร.บ. การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ซึ่งจะทำให้ภาครัฐ จัดเก็บรายได้ค่าโดยสารทั้งหมด และสามารถกำหนดราคา จัดทำโปรโมชั่น และนำรายได้ไปอุดหนุนการเดินทางข้ามสายได้อย่างอิสระ

       ขณะที่ภาคเอกชนจะทำหน้าที่รับจ้างเดินรถตามมาตรฐานและตัวชี้วัด (KPI) ที่รัฐกำหนด หมดความเสี่ยงด้านรายได้ ส่วนแนวทางการบริหารจัดการจจะใช้วิธี โอนโครงการรถไฟฟ้าให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ รฟม. เพื่อให้เกิดการบริหารแบบรวมศูนย์เพียงองค์กรเดียว

      “ปัจจุบันที่ใช้ระบบเหมาจ่ายมาตรการทดลอง (Sandbox) เหมาจ่าย 40 บาท/วัน ใช้เฉพาะ สายสีม่วง (MRT/BEM) และ สายสีแดง (รฟท.) ซึ่งเป็นมาตรการช่วงเปลี่ยนผ่าน (สิ้นสุด 30 พ.ย. 2569) เพื่อเตรียมความพร้อมของระบบหลังบ้าน”

ดร.วศิน พิพัฒนฉัตร ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการขนส่ง กล่าวว่า มาตรการส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนทางรางมี 8 มาตรการหลัก ได้แก่  มาตรการแรก Fare Capping คือจ่ายตามจริง แต่จ่ายไม่เกินเพดานที่กำหนด  ซึ่งผู้โดยสารใช้บริการตามปกติ ระบบจะคำนวนค่าโดยสารอัตโนมัติ และเมื่อยอดสะสมถึงเพดานจะไม่เรียกเก็บค่าโดยสารเพิ่ม 

มาตรการ Targeted Concession ส่วนลดค่าโดยสารสำหรับผู้มีสิทธิ์ ซึ่งจะช่วยลดค่าเดินทางเฉพาะกลุ่มที่เข้าเกณฑ์ เช่น นักเรียน ผู้สูงอายุ หรือ ผู้มีรายได้น้อย โดยต้องสามารถตรวจสอบและพิสูจน์สิทธิ์ได้

มาตรการ Education Pass  บัตรโดยสารพิเศษสำหรับนิสิต/นักศึกษา โดยนักศึกษาที่ใช้รถไฟฟ้าตลอดภาคการศึกษาด้วยบัตรเดียว โดยร่วมค่าเดินทางไว้กับค่าเล่าเรียน

มาตาการ Mobility Subscription เดินทางก่อน ผ่อนจ่ายทีหลัง คือเลือกใช้บัตรเดินทางระยะยาวและชำระเป็นรายเดือนช่วยลดภาระเงินก้อน พร้อมเดินทางได้ต่อเนื่อง 

มาตรการ Fare Integration เปลี่ยนสายได้ จ่ายอย่างเป็นธรรม คือ ผู้โดยสารเดินทางข้ามสายหรือข้ามผู้ให้บริการได้ โดยคิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน

มาตรการ Access & Transfer Cost Reduction คือ เดินทางถึงสถานีง่าย เปลี่ยนสายสะดวก คืด ลดต้นทุนแฝงของการเดินทาง เช่น การพัฒนาทางเชื่อมระหว่างจุดให้บริการเพื่อลดเวลา การเปลี่ยนถ่ายสถานีโดย Shuttle Bus เพื่อให้การใช้รถไฟฟ้าคุ้มค่าและสะดวกยิ่งขึ้น เป็นต้น 

มาตรการ Employer Pass นายจ้างช่วยจ่าย พนักงานเดินทางคุ้มกว่า คือ องค์กรร่วมสนับสนุนค่าเดินทางหรือบัตรโดยสารให้พนักงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายและส่งเสริมการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ

มาตรการ Walk- to - Earn  เดินแลกตั๋ว /ออกกำลังกายแลกตั๋ว คือ สะสมแต้มการเดิน หรือ การออกกำลังกายเพื่อใช้เป็นส่วนลดสิทธิประโยชน์ หรือ ค่าโดยสาร เพื่อส่งเสริมการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

บทเรียนจากต่างประเทศที่นำมาสู่ในเรื่องของการปรับปรุงหรือการพัฒนาเรื่องระบบรางในประเทศไทยสามารถสรุปได้มีทั้งหมดด้วยกัน 8 มาตรการในเบื้องต้น นอกจากเพื่อลดค่าครองชีพประชาชนแล้ว ก็ยังเป็นการจัดโครงสร้างเมืองให้ระบบขนส่งสาธารณะส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชน ซึ่งส่งผลดีกลับมาอย่างรอบด้าน 

เปิดโมเดล‘ตั๋วร่วม-ค่าโดยสารระบบรางสูงสุด45บาท’    อิงม.43พรบ.พีพีพี‘เอกชนเดินรถ-รัฐบริหารรายได้’