วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ครม. ดึงงบฯ รฟม. 9.4 พันล้านทดรองจ่ายงานโยธา สายสีส้ม บางขุนนนท์ - ศูนย์วัฒนธรรม

ครม. อนุมัติให้ รฟม. นำเงินของหน่วยงานมาสนับสนุนงานโยธาของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - ศูนย์วัฒนธรรมโดยทดรองจ่ายก่อนเป็นจำนวน 9,414.20 ล้านบาท เพื่อลดความเสี่ยงการผิดนัดชำระกับเอกชนคู่สัญญา เนื่องจากงบกลางอาจจัดสรรไม่ทันกำหนด ทั้งนี้ สำนักงบประมาณจะพิจารณาจัดสรรคืนเงินจำนวนดังกล่าวให้ รฟม. ในภายหลัง

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้นำเงินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ทดรองจ่ายรายการเงินสนับสนุนค่างานโยธา ตามสัญญาสัมปทานฯ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์- ศูนย์วัฒนธรรม

ในส่วนของสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ –ศูนย์วัฒนธรรม และ สัญญาร่วมทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 9,414.20 ล้านบาท ตามนัยมาตรา 75 (2) แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

โดยให้สำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณ คืนให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยทั้งจำนวนต่อไป

       

ทั้งนี้ นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า สำนักงบประมาณพิจารณาแล้วมีความเห็นว่า สัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) กำหนดให้ รฟม. สนับสนุนค่าก่อสร้างงานโยธาช่วงตะวันตก พร้อมดอกเบี้ยระหว่างการก่อสร้างตามที่เกิดขึ้นจริงให้แก่ผู้ร่วมลงทุน

โดยทยอยชำระเป็นรายปีตามความก้าวหน้าของการดำเนินงาน เป็นระยะเวลา 6 ปี ซึ่งจะครบกำหนดชำระ ครั้งที่ 1 ในวันที่ 31 ก.ค. 2569  โดยมีวงเงินสนับสนุนค่างานโยธาตามสัญญาสัมปทาน จำนวน 20,328.68 ล้านบาท 

ทั้งนี้ รฟม. ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รายการเงินสนับสนุนค่างานโยธาตามสัญญาสัมปทาน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรม จำนวน 10,914.48 ล้านบาท

และส่วนที่เหลือได้เสนอขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง ในรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการขอรับจัดสรรงบประมาณ ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น พ.ศ. 2562

อย่างไรก็ดี เนื่องจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น "มีอยู่อย่างจำกัด" และมีความจำเป็นต้องสำรองไว้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินมาตรการเร่งด่วนต่างๆ อาทิ การเยียวยาหรือบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติ การป้องกันหรือแก้ไขสถานการณ์อันมีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย

รวมทั้ง ร่างพ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... อยู่ระหว่างกระบวนการเพื่อประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมาย ซึ่งอาจไม่ทันกำหนดเวลาที่ต้องชำระเงิน ประกอบกับสถานะการเงินของรฟม. ณ วันที่ 30 ก.ย. 2568 มีกำไรสะสมจากการดำเนินงาน จำนวน 30,736.95 ล้านบาท

ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษาประโยชน์ของทางราชการและลดความเสี่ยงในการเกิดข้อพิพาทระหว่างภาครัฐและผู้ร่วมลงทุน และป้องกันภาระงบประมาณที่อาจเกิดขึ้นจากการผิดนัดชำระตามสัญญา จึงเห็นสมควรให้ รฟม. ดำเนินการเจรจากับผู้ร่วมลงทุนถึงความเป็นไปได้ในรูปแบบต่างๆของการจ่ายเงินสนับสนุนค่างานโยธาตามสัญญาสัมปทานฯ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

หากมีความจำเป็นต้องจ่ายเงินสนับสนุนค่างานโยธาตามสัญญาสัมปทานฯ ภายในวงเงินและกำหนดการชำระเติม ให้พิจารณาใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณเงินสะสมหรือรายได้ของหน่วยงานในโอกาสแรกก่อน และให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เพื่อเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้ ขอให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี และหนังสือเวียนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนมาตรฐานของทางราชการให้ถูกต้องครบถ้วนในทุกขั้นตอน โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของทางราชการและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นสำคัญ