วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

คลังเกาะติดสหรัฐฯ งัด ม.301 รีดภาษี 12.5% ยันกระทบส่งออกจำกัด

สศค. จับตาสหรัฐฯ งัดกำแพงภาษี "มาตรา 301" รีดภาษีนำเข้าไทยเพิ่มเป็น 12.5% อ้างปมแรงงานบังคับ ประเมินผลกระทบระยะสั้นยังจำกัด ชี้คู่แข่งอย่างเวียดนามโดนเรตเดียวกัน แถมสินค้าส่งออกหลักไทยยังได้สิทธิยกเว้น ระบุพาณิชย์เร่งเจรจา พร้อมสั่งลุยแก้ปัญหาสินค้าล้นตลาดและการสวมสิทธิ์เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ

KEY POINTS

  • สหรัฐฯ ใช้มาตรา 301 ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยเป็น 12.5% โดยอ้างประเด็นการใช้แรงงานบังคับ
  • กระทรวงการคลังประเมินว่าผลกระทบต่อการส่งออกของไทยยังอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากคู่แข่งอย่างเวียดนามถูกเก็บภาษีในอัตราเดียวกัน
  • สินค้าส่งออกหลักของไทยหลายรายการ เช่น เซมิคอนดักเตอร์, ยา, และผลิตภัณฑ์เกษตร ได้รับการยกเว้นจากการขึ้นภาษีครั้งนี้
  • กระทรวงพาณิชย์กำลังเร่งเจรจากับสหรัฐฯ พร้อมทั้งตรวจสอบปัญหาการสวมสิทธิ์สินค้าเพื่อส่งออกไปสหรัฐฯ

ความตึงเครียดด้านนโยบายการค้าโลกกลับมาเป็นประเด็นร้อนที่ต้องจับตาอีกครั้ง เมื่อสหรัฐอเมริกาเดินหน้าใช้มาตรการกีดกันทางการค้า เพื่อปกป้องผลประโยชน์และห่วงโซ่อุปทานของตนเอง

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง กำลังติดตามความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีที่สหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีภายใต้ "มาตรา 301" (Section 301) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจสหรัฐฯ ตอบโต้ทางการค้ากับประเทศคู่ค้า โดยครั้งนี้ได้พุ่งเป้าไปที่ประเด็นการใช้แรงงานบังคับ (Forced Labor) และครอบคลุมประเทศคู่ค้ากว่า 60 ประเทศ

มาตรการดังกล่าวถือเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อการค้าเสรี ทั้งในรูปแบบของการตั้งกำแพงภาษีและข้อกีดกันอื่นๆ ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนการผลิตและการปรับตัวของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

ผลกระทบไทยยังจำกัด-สินค้าหลักรอดตัว

สำหรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยนั้น นายวินิจ ชี้แจงว่า สหรัฐฯ ได้ขยับอัตราการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากเดิม 10% เป็น 12.5% อย่างไรก็ตาม ภาครัฐประเมินว่าผลกระทบในระยะนี้ยังอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากอัตราภาษีที่ปรับขึ้นไม่ได้สูงมากนัก

ประกอบกับประเทศคู่แข่งสำคัญในภูมิภาคอย่างเวียดนาม ก็ถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 12.5% เท่ากัน ทำให้ไทยไม่ได้เสียเปรียบด้านความสามารถในการแข่งขัน

นอกจากนี้ สินค้าส่งออกหลักของไทยหลายรายการยังได้รับข้อยกเว้นจากการเก็บภาษีภายใต้มาตรการนี้ ได้แก่

  • ผลิตภัณฑ์จากสัตว์และพืช
  • น้ำตาลและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากน้ำตาล
  • เหล็ก และเศษอะลูมิเนียม
  • เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) หรือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
  • ยา และส่วนประกอบของยา

เร่งเจรจา-ปราบสวมสิทธิ์ส่งออก

นายวินิจ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ กำลังเร่งเจรจากับทางการสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดเพื่อหาข้อสรุปในเรื่องดังกล่าว เพื่อลดผลกระทบและปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าของไทย

ในขณะเดียวกัน ภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ติดตามและตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในประเทศ ทั้งประเด็นสินค้าล้นตลาด (Overcapacity) และปัญหาการสวมสิทธิ์สินค้า (Transshipment) ซึ่งเป็นพฤติกรรมการนำสินค้าจากประเทศที่สามเข้ามาในไทย เพื่อส่งออกต่อไปยังสหรัฐฯ เพื่อหลบเลี่ยงกำแพงภาษี

ซึ่งเชื่อว่าการเร่งแก้ปัญหาเหล่านี้ ถือเป็นการบรรเทาอุปสรรคทางการค้า และจะช่วยปรับปรุงข้อมูลดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ของไทยให้สะท้อนภาพความเป็นจริงของเศรษฐกิจได้แม่นยำยิ่งขึ้น