นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยระหว่างการร่วมกิจกรรม "Prime Minister-Thai Private Sector Luncheon" ซึ่งเป็นงานเลี้ยงอาหารกลางวัน
และรับฟังข้อเสนอแนะ ระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่วมกับตัวแทนภาคเอกชนไทย ณ นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อวันที่ 18 ก.ค.69 ว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังจะมีการปรับเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรกอย่างแน่นอน
โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก 2 ประการ ได้แก่
1.) ความมั่นคงและมีเสถียรภาพของรัฐบาลที่ช่วยให้การขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ทำได้ดีขึ้น
2.) การที่เศรษฐกิจโลกกำลังเคลื่อนย้ายเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนที่มีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากอาเซียนไม่ใช่พื้นที่ของการเกิดความขัดแย้งทางการค้า หรือการทำสงครามระหว่างประเทศ นอกจากนี้ประเทศไทยถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ ทำให้มีการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตใหม่เข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น
โดยการที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำคณะมาเยือนประเทศจีน และมีการจัดกิจกรรมที่ภาคธุรกิจของไทยได้มาหารือกับนายกรัฐมนตรี ถือเป็นโอกาสของประเทศไทยในการเพิ่มความร่วมมือใหม่ๆ โดยเฉพาะอานิสงส์เชิงบวกจากการขยายตัวของเศรษฐกิจจีน การย้ายฐานการผลิต ที่ปัจจุบันจีนอยู่ในสภาวะที่ต้องขยับขยายการพัฒนาเศรษฐกิจออกสู่ต่างประเทศ เหมือนกับโมเดลของญี่ปุ่น เกาหลี และไต้หวันในอดีต
ไทยจึงสามารถดึงอุตสาหกรรมระดับสูง (High-tech) เข้ามาในประเทศเพิ่มเติมอีก แม้อยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพูดคุย แต่คาดหวังว่าจะเป็นรูปธรรมและส่งผลดีต่อเทคโนโลยีในประเทศในอนาคต
ทั้งนี้ ในการเดินทางไปยังประเทศจีนในครั้งนี้บริษัทอมตะได้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับภาคเอกชนของจีน รวม 5 ฉบับ เพื่อตอบรับกับทิศทางการขยายตัวของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยมีสาระสำคัญดังนี้
1.) MOU ความร่วมมือด้านโซลูชันควบคุมอุณหภูมิอุตสาหกรรม ระหว่าง Sanhe Tongfei Refrigeration (TONFY) และ บริษัท อมตะ
โดยมุ่งเน้นการจัดตั้งกลไกความร่วมมือระยะยาวเพื่อตอบสนองความต้องการด้านระบบควบคุมอุณหภูมิในตลาดไทย จะร่วมกันสร้างโครงการต้นแบบเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของภาคอุตสาหกรรม
2.) MOU การพัฒนาจอแสดงผลอัจฉริยะและเทคโนโลยีการศึกษา ระหว่าง HiteVision Technology และบริษัท อมตะ เพื่อส่งเสริมการตลาดและติดตั้งโซลูชันจอสัมผัสอินเทอร์แอกทีฟ ระบบห้องประชุมอัจฉริยะ และเทคโนโลยีการศึกษาของ HiteVision ทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลขององค์กรธุรกิจและสถาบันการศึกษาในไทย
3.) MOU การจัดตั้งโรงพยาบาลเวชศาสตร์อายุยืนระดับสากล ระหว่าง Chengdu SuperiorMed and Perennial Hospital และบริษัท อมตะ
เพื่อร่วมกันจัดตั้งโรงพยาบาลทั่วไปสากลที่เน้นด้านเวชศาสตร์อายุยืน (Longevity) แห่งแรกของไทยภายในโครงการ Amata Medi town (EEC) เพื่อให้บริการสุขภาพแบบครบวงจร (One-stop service) แก่ประชากรในไทยและภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
4.) MOU เรื่องพลังงานใหม่และระบบกักเก็บพลังงานในลุ่มน้ำโขง ระหว่าง Chengdu Tecloman Energy Storage และบริษัท อมตะ เพื่อมุ่งแสวงหาโอกาสความร่วมมือด้านไฟฟ้าและพลังงานใหม่ ครอบคลุมระบบกักเก็บพลังงาน สมาร์ทกริด โรงไฟฟ้าเสมือน และการสร้างนิคมอาร์บอนเป็นศูนย์ (Zero-carbon Park) เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในภูมิภาค
5.) MOU ความร่วมมืออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์จีน-ไทย ระหว่าง China Electronics Chamber of Commerce (CECC) และ Thai-Chinese Business Council (TCBC) เพื่อสร้างช่องทางบริการมาตรฐานและสนับสนุนวิสาหกิจอิเล็กทรอนิกส์จากจีนที่จะเข้ามาลงทุนในไทยและอาเซียน ภายใต้กรอบ "หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง" (BRI) และ RCEP เพื่อลดต้นทุนธุรกิจข้ามพรมแดนในอนาคต


