ในงานสัมมนา “Thailand SMART SME 2026: Unlock Financial Trend” จัดโดยสำนักข่าว PostToday ดร.เดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และประธานกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) กล่าวปาฐกถาพิเศษสะท้อนภาพรวมและทิศทางของภาคอุตสาหกรรมไทย
โดยเน้นย้ำว่าโลกธุรกิจปัจจุบันกำลังเผชิญกับสภาวะ “Polycrisis” หรือวิกฤติซ้อนวิกฤติที่ถาโถมเข้าพร้อมกัน ทั้งความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การก้าวกระโดดแบบ Exponential ของเทคโนโลยี AI และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์
SME เส้นเลือดใหญ่ที่กำลังตีบตัน
ดร.เดชา กล่าวว่า SME คือแกนหลักและเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจไทย โดยมีผู้ประกอบการกว่า 3.2 ล้านราย จ้างงานถึง 13 ล้านคน และขับเคลื่อน GDP ประเทศกว่า 35% อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 นี้ SME กำลังตกอยู่ในภาวะ "ติดหล่ม" จากข้อจำกัด 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
1. ภาวะขาดสภาพคล่องและภาระหนี้สิน โดย SME เข้าถึงสินเชื่อในระบบได้เพียง 32% เนื่องจากเงื่อนไขหลักประกันที่เข้มงวด
2. ความพร้อมด้านเทคโนโลยี ส่วนใหญ่ยังขาดทักษะและทุนในการปรับตัวสู่ Industry 5.0 และการใช้ AI
3. กติกาโลกใหม่ (Green Barrier) มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น CBAM และ EUD R กลายเป็นต้นทุนใหม่ที่ SME ยังไม่รู้วิธีรับมือ
4. อุปสรรคด้านกฎหมาย ขั้นตอนการอนุมัติของภาครัฐที่ซับซ้อนและก้าวไม่ทันการเปลี่ยนแปลง
ชูนโยบาย "One Mind" ปฏิรูปอุตสาหกรรมไทย
อย่างไรก็ตาม เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว กระทรวงอุตสาหกรรมภายใต้การนำของ นายวราวุธ ศิลปอาชา ได้ประกาศเจตนารมณ์ “One Mind” เพื่อรวมทุกหน่วยงานให้เป็นหนึ่งเดียวในการสนับสนุนภาคธุรกิจผ่าน 4 เสาหลัก คือ
1. People Engagement ปรับบทบาทรัฐจากผู้กำกับเป็นผู้สนับสนุน รับฟังปัญหาผ่านสายด่วน 24 ชั่วโมง
2. Policy Execution ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ ดิจิทัล, AI, เซมิคอนดักเตอร์ และยานยนต์ EV โดยดึง SME เข้าสู่ซัพพลายเชนระดับโลก
3. Legal Reform ปฏิรูปกฎหมายลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน โดยเฉพาะการออกใบอนุญาตโรงงานที่ต้องรู้ผลภายใน 30 วัน
4. Mission Passion มุ่งเน้นความยั่งยืน ผลักดันโรงงานกว่า 58,000 แห่งสู่ Green Industry และส่งเสริมธุรกิจที่รองรับสังคมผู้สูงอายุ,
ปลดล็อกแหล่งทุน-เทคโนโลยี ด้วย "ข้อมูล-พันธมิตร"
ในบทบาทประธานกรรมการ ธพว. นั้น ดร.เดชา เสนอแนวทางปลดล็อกทางการเงินโดยใช้ Data Driven Credit Scoring นำข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และพฤติกรรมบนแพลตฟอร์มมาใช้ประเมินความสามารถในการชำระหนี้แทนการใช้หลักประกันเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ ยังเตรียมมาตรการลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี เช่น โครงการ Automation & AI Infrastructure as a Service ให้ SME เช่าใช้ระบบ Cloud และ AI ในราคาถูก รวมถึงการใช้ระบบ Super License ยื่นขออนุญาตที่เดียวจบแบบ One-Stop Service เพื่อลดต้นทุนแฝงและการทุจริต
เปลี่ยน Green Barrier เป็นโอกาส
สำหรับการรับมือมาตรการสิ่งแวดล้อม ดร.เดชา มองว่าเป็นบัตรผ่านสู่ตลาดโลก ไม่ใช่แค่ต้นทุน โดยจะมีการให้สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษเพื่อการติดตั้งโซลาร์เซลล์และระบบบำบัดมลพิษ พร้อมทั้งส่งเสริมโมเดลพี่เลี้ยงให้บริษัทขนาดใหญ่ดึง SME ในซัพพลายเชนยกระดับมาตรฐาน ESG ไปพร้อมกัน
“ทุกวิกฤติมาพร้อมโอกาสเสมอ ประวัติศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าผู้ที่ปรับตัวและลุกขึ้นได้ไวที่สุดคือผู้ที่จะแข็งแกร่งขึ้น กระทรวงอุตสาหกรรมและ SME D Bank พร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดและเกราะป้องกัน เพื่อให้ SME ไทยไม่เพียงแค่รอด แต่จะเติบโตอย่างสง่างามบนเวทีโลก” ดร.เดชา กล่าว


