วันอังคาร ที่ 22 กันยายน 2569

Login
Login

คัดกรอง ‘บัตรคนจน’ พบ 3 หมื่นรายชื่อสวมรอยเปิดบัญชีหลักทรัพย์-กรรมการบริษัท

"เอกนิติ" สั่งทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หวังล้างบางความไม่โปร่งใส หลังพบข้อมูลหลอกสวมชื่อกว่า 3 หมื่นราย นั่งกรรมการบริษัท-เปิดพอร์ตหุ้น

KEY POINTS

  • กระทรวงการคลังตรวจสอบสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พบประชาชนราว 30,000 ราย ถูกสวมรอยนำชื่อไปใช้เปิดบัญชีหลักทรัพย์และเป็นกรรมการบริษัท
  • การถูกสวมรอยดังกล่าวทำให้ผู้เสียหายถูกประเมินว่ามีรายได้หรือทรัพย์สินเกินเกณฑ์ที่กำหนด ส่งผลให้ถูกตัดสิทธิจากโครงการ
  • รัฐบาลกำลังเร่งประสานงานกับตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อตรวจสอบ และให้ความช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจริงที่ตกเป็นเหยื่อ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเดินหน้าทบทวนสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ทั้งหมด เพื่อเน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสของโครงการ

ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก พบความผิดปกติ และการทุจริตจำนวนมาก โดยเฉพาะพฤติกรรมของการหลอกลวงประชาชนในระดับรากหญ้าเพื่อนำชื่อไปใช้ประโยชน์ 

นายเอกนิติ ระบุว่า พบข้อมูลประชาชนประมาณ 30,000 คน ถูกหลอกนำชื่อไปสวมรอยเปิดบัญชีหลักทรัพย์ สวมชื่อเป็นกรรมการบริษัท หรือถูกนำชื่อไปใส่ในบัญชีรับเงินเดือนบังหน้า โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องมาก่อน ซึ่งปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรง ทำให้ชาวบ้านกลุ่มนี้ถูกประเมินว่ามีรายได้หรือทรัพย์สินเกินเกณฑ์ ทำให้ไม่ผ่านเกณฑ์รับสวัสดิการจากรัฐ

นายเอกนิติ กล่าวว่า จากประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น กระทรวงการคลังจึงได้เร่งหารือ และประสานงานกับผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยตรง เพื่อเร่งตรวจสอบ และจัดการกับความไม่โปร่งใส

“วันนี้การตรวจสอบข้อมูลทำให้พบความจริง คนที่เดือดร้อนเราต้องช่วยจริงๆ แต่พวกคนจนปลอมวันนี้ตัดเอาออกไปได้บ้าง ส่วนกลุ่มคนที่เอาเปรียบนำชื่อคนอื่นไปใช้เราต้องจัดการ”

รองนายกรัฐมนตรียืนยันว่า เป้าหมายหลักของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคือ การดูแลกลุ่มคนที่เดือดร้อน และไม่มีอะไรเลยจริงๆ โดยรัฐบาลจะเดินหน้ากวาดล้างกลุ่มผู้เอาเปรียบ และจัดการกับกลุ่มทุนสีเทาอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือ และดูแลสิทธิของชาวบ้านที่ตกเป็นเหยื่อของการถูกหลอกลวง ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่เดือดร้อนจริง รวมถึงกลุ่มผู้ผ่านเกณฑ์ใหม่จำนวน 2.3 ล้านคน จะได้รับการดูแล และได้รับสิทธิอย่างเต็มที่ตามเจตนารมณ์ของโครงการต่อไป

ตลท.ลุยสอบเชิงลึกนอมินี

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลท.กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่เป็นปัญหาใหญ่ขณะนี้เป็นการที่ชาวบ้านถูกหลอกนำชื่อไปแอบอ้างเป็นกรรมการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) หรือบริษัทจำกัด ซึ่งถือเป็นเรื่อง “ร้ายแรง” เพราะการเป็น “กรรมการบริษัทมหาชน” ต้องมีการลงนามด้วยตนเองไม่สามารถมอบอำนาจได้

ดังนั้น หลังจากนี้ ตลท.จะประสานงานกระทรวงการคลัง และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ขอรายชื่อมาตรวจสอบเชิงลึก และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อนักลงทุน และระบบตลาดทุน รวมทั้ง ตลท.และ TSD พร้อมอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยเรื่องบัญชีหลักทรัพย์ หรือต้องการปิดบัญชีที่เคยเปิดไว้ในอดีตแต่จำข้อมูลไม่ได้

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์