คลังชะลอส่ง 6 ล้านคนไม่ผ่านเกณฑ์บัตรคนจนเข้า "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" หลังนายกฯ สั่งทบทวนรอบด้าน พร้อมขยายเวลาอุทธรณ์ จ่อชง ครม. สัปดาห์หน้า
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้ขอชะลอการนำรายชื่อประชาชนประมาณ 6 ล้านคนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ เข้าสู่โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ไว้ก่อน เพื่อนำกลับมาพิจารณาให้ครอบคลุมทุกมิติตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยคาดว่าจะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ในสัปดาห์หน้า
"ขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งตระหนกกับไทม์ไลน์ที่เผยแพร่ออกมาก่อนหน้านี้ และผู้ที่ยังไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ขอให้อย่าคิดว่าเป็นการสละสิทธิ์ เพราะรัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณาขยายระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์" นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ย้ำ
สรุปแนวทางปรับเกณฑ์ "กรรมสิทธิ์ยานพาหนะ" และการอุทธรณ์สิทธิ์
กระทรวงคมนาคมได้ยื่นข้อเสนอต่อกระทรวงการคลัง เพื่อปรับปรุงเงื่อนไขกรรมสิทธิ์ยานพาหนะ ไม่ให้กลายเป็นอุปสรรคในการรับสิทธิประโยชน์ของประชาชน ดังนี้
- ปลดล็อกรถเก่า เสนอให้รถยนต์อายุเกิน 20 ปี และรถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปี ไม่นำมาคิดเป็นเงื่อนไขตัดสิทธิ์
- กรณีรถพัง/ใช้การไม่ได้ รถที่อายุน้อยกว่าเกณฑ์แต่ใช้งานไม่ได้ สามารถแจ้งกรมการขนส่งทางบกเข้าตรวจสอบสภาพเพื่อยืนยันสิทธิ์ได้
- สิทธิ์มอเตอร์ไซค์ 2 คัน กรณีผ่อนชำระรถจักรยานยนต์ 2 คัน จะไม่ถูกนำมาเป็นเหตุให้เสียสิทธิ์
- แก้ปัญหาโอนลอย/ถูกแอบอ้าง เปิดช่องให้ประชาชนนำเอกสารมาพิสูจน์ข้อเท็จจริง หากไม่ได้ครอบครองรถแล้ว หรือถูกนำชื่อไปใช้โดยไม่ยินยอม
คลังแจงเหตุผลปรับเกณฑ์ คัดออก "คนจนปลอม" ดึง "คนจนจริง" เข้าระบบ 2.3 ล้านคน
ด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า การปรับเกณฑ์ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญ 2 ประการ คือ
- ดึงคนตกสำรวจเข้าสู่ระบบ เนื่องจากไม่ได้เปิดลงทะเบียนมานาน 4-5 ปี ทำให้การลงทะเบียนรอบนี้สามารถกวาดต้อนประชาชนที่เดือดร้อนจริงและตกสำรวจเข้ามาเพิ่มได้ถึง 2.3 ล้านคน
- คัดกรองคนจนปลอม แยกแยะผู้ที่แอบอ้างรับสิทธิ์ออก เพื่อนำงบประมาณไปช่วยผู้ที่ไม่มีใครดูแลอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังพบปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น กรณีชาวบ้านถูกกลุ่มทุนเทานำข้อมูลส่วนบุคคลไปแอบอ้างเป็นกรรมการบริษัท หรือถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เพื่อลดหย่อนภาษี ซึ่งรัฐบาลเตรียมเช็ดล้างและดำเนินคดีกับผู้ที่หลอกลวงประชาชนอย่างถึงที่สุด
ยกระดับบริการ One Stop Service ลงพื้นที่ช่วยประชาชน
เพื่อลดภาระการเดินทาง รัฐบาลได้ผนึกกำลังร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดช่องทางตรวจสอบและอุทธรณ์สิทธิ์
- จุดบริการหลัก ธนาคารกรุงไทย, ธ.ก.ส., กรมการขนส่งทางบก
- จุดบริการท้องถิ่น ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ (One Stop Service)
- หน่วยบริการเคลื่อนที่ ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจถึงหมู่บ้าน/ชุมชน สำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ที่ไม่สะดวกเดินทาง
นายเอกนิติทิ้งท้ายว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นเพียงหนึ่งในตาข่ายสังคม โดยประชาชนยังคงได้รับสิทธิประโยชน์พื้นฐานอื่น ๆ ตามปกติ เช่น สิทธิผู้สูงอายุ สิทธิผู้พิการ และโครงการเรียนฟรี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด





