สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO จัดสัมมนาฟังความเห็นจากภาคเอกชน (Market Sounding) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง ภายใต้โครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ (EECiti) เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2569 มีนักลงทุนเข้าร่วมมากกว่า 200 ราย
นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ. เปิดเผยว่า เป็นอีกหนึ่งสัญญาณบวกต่อการลงทุนใน EEC โดยจัดขึ้นเพื่อเชิญชวนเอกชนลงทุนรูปแบบการลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) โครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง
คาดการณ์มีมูลค่า 72,042 ล้านบาท เพื่อรองรับโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะที่จะเกิดขึ้นบนพื้นที่ 14,000 ไร่
ทั้งนี้ สกพอ.ตั้งเป้าเปิด PPP เป็นสัญญาเดียวเนื่องจากต้องการให้โครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคทั้งหมดเสร็จพร้อมกัน
“มีการนำเสนอแนวคิดบริหารจัดการสาธารณูปโภคส่วนกลางในเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะที่ต้องการทำระบบเดียว 10 ระบบย่อย เพื่อป้องกันปัญหาการก่อสร้างไม่เสร็จตามกำหนดหากแยกสัญญา และเน้นย้ำความชัดเจนเรื่องการเป็นเมือง Net Zero การใช้พลังงานสะอาด”
สำหรับผู้ยื่นข้อเสนอ PPP ต้องรวมกลุ่มพัฒนาระบบย่อยด้านสาธารณูปโภค อาทิ ระบบไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ระบบน้ำประปา ระบบบริหารจัดการน้ำ จัดการขยะ พื้นที่สีเขียวและภูมิทัศน์ส่วนกลาง เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานเป็นระบบบูรณาการ Single System
"สกพอ.ไม่เน้นผลตอบแทนสูงสุดของรัฐ แต่ให้ความสำคัญกับข้อเสนอทางเทคนิคดีที่สุดและราคาค่าบริการสำหรับประชาชนต่ำสุด"
ทั้งนี้ เพื่อความคุ้มค่าทางการลงทุน สกพอ.ประเมินว่าการร่วมลงทุนในโครงการนี้ จะให้สัมปทานในระยะยาว 50 ปี และเมื่อใกล้หมดสัมปทานเอกชนสามารถเจรจาเพื่อต่อสัมปทานเพิ่มเติมได้
สำหรับเป้าหมายของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง จะเร่งรัดให้ดำเนินการบนพื้นที่ระยะแรกประมาณ 6,000 ไร่ เพื่อรองรับการพัฒนาเมืองใหม่ระยะแรกที่จะเกิดขึ้นบนพื้นที่นี้ด้วย
สกพอ.เร่งเปิดประมูลปี 2570
สำหรับไทม์ไลน์หลังเปิดรับฟังความเห็นจากภาคเอกชนคาดว่าสรุปผลรายงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ภายในเดือน ต.ค.2569
หลังจากนั้นจะเปิดเวทีรับฟังความเห็นเอกชนเพิ่มเกี่ยวกับรูปแบบการลงทุน ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในปีนี้ และออกประกาศเชิญชวนคัดเลือกนักลงทุนปี 2570 เพื่อเริ่มก่อสร้างทันทีในปี 2571
“การรวมกลุ่มเพื่อเข้าร่วมประมูลโครงการระบบสาธารณูปโภคครั้งนี้ เนื่องด้วยมูลค่าการลงทุนค่อนข้างสูงถึง 7 หมื่นล้านบาท ดังนั้นเอกชนต้องรวมกลุ่มประมูลให้เอกชนไทยเป็น Leader จัดตั้งกลุ่มร่วมทุน ซึ่งเชื่อว่าเอกชนไทยหลายรายที่มีศักยภาพ”
นายจุฬา กล่าวว่า โครงการระบบสาธารณูปโภคเป็นการเริ่มต้นขั้นแรกของการวางระบบเพื่อสร้างเมืองใหม่อีอีซี โดยการรับฟังความเห็นเอกชนครั้งนี้ได้รับการตอบรับดี เป็นสัญญาณบวกว่านักลงทุนสนใจอีอีซี
เดินหน้าโรดโชว์นักลงทุน
ดังนั้นอีก 1-2 เดือน สกพอ.จะหน้าโรดโชว์ดึงดูดนักลงทุนโครงการเมืองใหม่อัจฉริยะ โดยแบ่งการพัฒนา 6 โซนหลัก ได้แก่ ที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำงาน ศูนย์บริการการแพทย์ครบวงจร การศึกษา อุตสาหกรรมสีเขียว และพื้นที่สันทนาการและการกีฬา
ทั้งนี้ ปัจจุบันเริ่มมีนักลงทุนติดต่อสอบถามการพัฒนาเมืองใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มการแพทย์ที่มีผู้สนใจเริ่มเข้ามาขอศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนแล้ว สกพอ.จึงมั่นใจว่าการลงทุนอีอีซียังน่าสนใจของนักลงทุนไทยและต่างชาติ อีกทั้งความชัดเจนการพัฒนาเมืองใหม่อัจฉริยะจะดึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอื่น อาทิ รถไฟความเร็วสูง
“นักลงทุนตอนนี้มีกลุ่มที่ไม่รอโครงการไฮสปีดเทรนแล้ว เพราะเห็นศักยภาพพื้นที่ด้านอื่น แต่ สกพอ.เชื่อว่าเมื่อมีความชัดเจนการลงทุนเมืองใหม่บนพื้นที่ 14,000 ไร่ ทั้งโครงการทางการแพทย์ ที่อยู่อาศัย และพื้นที่สันทนาการและการกีฬา สนับสนุนด้านการท่องเที่ยวจะเป็นแรงดึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน”


