วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม 2569

Login
Login

เอกชนแห่ร่วม 'มาร์เก็ตซาวดิ้ง' เมืองใหม่ EEC เร่งประมูล 7.2 หมื่นล้าน

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO จัดสัมมนาฟังความเห็นจากภาคเอกชน (Market Sounding) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง ภายใต้โครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ (EECiti) เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2569 มีนักลงทุนเข้าร่วมมากกว่า 200 ราย

นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ. เปิดเผยว่า เป็นอีกหนึ่งสัญญาณบวกต่อการลงทุนใน EEC  โดยจัดขึ้นเพื่อเชิญชวนเอกชนลงทุนรูปแบบการลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) โครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง

คาดการณ์มีมูลค่า 72,042 ล้านบาท เพื่อรองรับโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะที่จะเกิดขึ้นบนพื้นที่ 14,000 ไร่ 

ทั้งนี้ สกพอ.ตั้งเป้าเปิด PPP เป็นสัญญาเดียวเนื่องจากต้องการให้โครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคทั้งหมดเสร็จพร้อมกัน

“มีการนำเสนอแนวคิดบริหารจัดการสาธารณูปโภคส่วนกลางในเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะที่ต้องการทำระบบเดียว 10 ระบบย่อย เพื่อป้องกันปัญหาการก่อสร้างไม่เสร็จตามกำหนดหากแยกสัญญา และเน้นย้ำความชัดเจนเรื่องการเป็นเมือง Net Zero การใช้พลังงานสะอาด”

สำหรับผู้ยื่นข้อเสนอ PPP ต้องรวมกลุ่มพัฒนาระบบย่อยด้านสาธารณูปโภค อาทิ ระบบไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ระบบน้ำประปา ระบบบริหารจัดการน้ำ จัดการขยะ พื้นที่สีเขียวและภูมิทัศน์ส่วนกลาง เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานเป็นระบบบูรณาการ Single System

"สกพอ.ไม่เน้นผลตอบแทนสูงสุดของรัฐ แต่ให้ความสำคัญกับข้อเสนอทางเทคนิคดีที่สุดและราคาค่าบริการสำหรับประชาชนต่ำสุด"

ทั้งนี้ เพื่อความคุ้มค่าทางการลงทุน สกพอ.ประเมินว่าการร่วมลงทุนในโครงการนี้ จะให้สัมปทานในระยะยาว 50 ปี และเมื่อใกล้หมดสัมปทานเอกชนสามารถเจรจาเพื่อต่อสัมปทานเพิ่มเติมได้

สำหรับเป้าหมายของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง จะเร่งรัดให้ดำเนินการบนพื้นที่ระยะแรกประมาณ 6,000 ไร่ เพื่อรองรับการพัฒนาเมืองใหม่ระยะแรกที่จะเกิดขึ้นบนพื้นที่นี้ด้วย

สกพอ.เร่งเปิดประมูลปี 2570

สำหรับไทม์ไลน์หลังเปิดรับฟังความเห็นจากภาคเอกชนคาดว่าสรุปผลรายงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ภายในเดือน ต.ค.2569

หลังจากนั้นจะเปิดเวทีรับฟังความเห็นเอกชนเพิ่มเกี่ยวกับรูปแบบการลงทุน ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในปีนี้ และออกประกาศเชิญชวนคัดเลือกนักลงทุนปี 2570 เพื่อเริ่มก่อสร้างทันทีในปี 2571

“การรวมกลุ่มเพื่อเข้าร่วมประมูลโครงการระบบสาธารณูปโภคครั้งนี้ เนื่องด้วยมูลค่าการลงทุนค่อนข้างสูงถึง 7 หมื่นล้านบาท ดังนั้นเอกชนต้องรวมกลุ่มประมูลให้เอกชนไทยเป็น Leader จัดตั้งกลุ่มร่วมทุน ซึ่งเชื่อว่าเอกชนไทยหลายรายที่มีศักยภาพ”

นายจุฬา กล่าวว่า โครงการระบบสาธารณูปโภคเป็นการเริ่มต้นขั้นแรกของการวางระบบเพื่อสร้างเมืองใหม่อีอีซี โดยการรับฟังความเห็นเอกชนครั้งนี้ได้รับการตอบรับดี เป็นสัญญาณบวกว่านักลงทุนสนใจอีอีซี 

เดินหน้าโรดโชว์นักลงทุน

ดังนั้นอีก 1-2 เดือน สกพอ.จะหน้าโรดโชว์ดึงดูดนักลงทุนโครงการเมืองใหม่อัจฉริยะ โดยแบ่งการพัฒนา 6 โซนหลัก ได้แก่ ที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำงาน ศูนย์บริการการแพทย์ครบวงจร การศึกษา อุตสาหกรรมสีเขียว และพื้นที่สันทนาการและการกีฬา

ทั้งนี้ ปัจจุบันเริ่มมีนักลงทุนติดต่อสอบถามการพัฒนาเมืองใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มการแพทย์ที่มีผู้สนใจเริ่มเข้ามาขอศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนแล้ว สกพอ.จึงมั่นใจว่าการลงทุนอีอีซียังน่าสนใจของนักลงทุนไทยและต่างชาติ อีกทั้งความชัดเจนการพัฒนาเมืองใหม่อัจฉริยะจะดึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอื่น อาทิ รถไฟความเร็วสูง

“นักลงทุนตอนนี้มีกลุ่มที่ไม่รอโครงการไฮสปีดเทรนแล้ว เพราะเห็นศักยภาพพื้นที่ด้านอื่น แต่ สกพอ.เชื่อว่าเมื่อมีความชัดเจนการลงทุนเมืองใหม่บนพื้นที่ 14,000 ไร่ ทั้งโครงการทางการแพทย์ ที่อยู่อาศัย และพื้นที่สันทนาการและการกีฬา สนับสนุนด้านการท่องเที่ยวจะเป็นแรงดึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน”