วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'ศุภจี' นำทีมไทยแลนด์ ถกผู้แทนระดับสูงสหรัฐฯ เร่งสรุป  ART

“ศุภจี” หารือทวิภาคีผู้แทนระดับสูงสหรัฐฯ ทางการค้า เจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย-สหรัฐฯ ย้ำไทยเจรจาบนผลประโยชน์ร่วมกัน

KEY POINTS

  • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นำคณะผู้แทนไทยเจรจากับผู้แทนระดับสูงของสหรัฐฯ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเร่งรัดการสรุปความตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART)
  • การหารือยังครอบคลุมการติดตามผลการไต่สวนตามมาตรา 301 ของสหรัฐฯ และการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจเพื่อลดการขาดดุลการค้า
  • ฝ่ายไทยแสดงความมุ่งมั่นและยืดหยุ่นในการเจรจา ขณะที่สหรัฐฯ รับทราบและขอเวลาพิจารณาข้อเสนอของไทยเพิ่มเติมเพื่อหาข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน
  • ไทยมุ่งหวังว่าการสรุปข้อตกลง ART จะช่วยให้ได้รับอัตราภาษีที่เหมาะสมและสามารถแข่งขันได้ ท่ามกลางการไต่สวนของสหรัฐฯ ที่อาจนำไปสู่การใช้มาตรการทางภาษี

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือทวิภาคีกับผู้แทนระดับสูงของสหรัฐฯ 3 ท่าน ได้แก่ นาง Susie Wiles หัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว นาย Howard Lutnick รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ และนาย Rick Switzer รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 15–16 ก.ค. 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ว่า วัตถุประสงค์หลักของการเดินทางเยือนครั้งนี้ คือ การเร่งผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย-สหรัฐฯ (Agreement on Reciprocal Trade: ART) ให้มีความคืบหน้ามากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

พร้อมทั้งติดตามผลการไต่สวนตามมาตรา 301 ควบคู่กับการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการลงทุนระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

นางศุภจี กล่าวว่า ภาพรวมของการหารือเป็นไปด้วยดี พร้อมได้แสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพ โดยไทยได้เน้นย้ำบทบาทในฐานะพันธมิตรสำคัญและเชื่อถือได้ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทั้งแจ้งความคืบหน้าการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) ว่าไทยได้ผลักดันและให้ความยืดหยุ่นต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ อย่างเต็มที่ ภายใต้กรอบกฎหมายและนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน

โดยฝ่ายสหรัฐฯ ได้ขอบคุณไทยที่แสดงเจตนารมณ์ชัดเจนในการเร่งสรุปผลการเจรจาและชื่นชมความพยายามของไทยในการปรับสมดุลทางการค้ากับสหรัฐฯ ทั้งนี้ ฝ่ายสหรัฐฯ ยังคงต้องใช้เวลาในการพิจารณาข้อเสนอของไทยเพิ่มเติม เพื่อลดช่องว่างและปรับความคาดหวังของทั้งสองฝ่ายให้ใกล้เคียงกัน โดยจะเร่งรัดให้มีการหารือในระยะต่อไป

'ศุภจี' นำทีมไทยแลนด์ ถกผู้แทนระดับสูงสหรัฐฯ เร่งสรุป  ART

ขณะที่ฝ่ายไทย ยังคงมุ่งมั่นเจรจาเพื่อรักษาผลประโยชน์และสิทธิของประเทศ โดยใช้ประเด็นด้านการลงทุนและการเพิ่มการนำเข้าสินค้าที่ไทยมีความต้องการจากสหรัฐฯ ตามแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 เพื่อเป็นปัจจัยที่จะช่วยลดช่องว่างการขาดดุลการค้าระหว่างสองประเทศ

นางศุภจี  กล่าวว่า การเจรจา ART ที่ไทยและสหรัฐฯ ได้หารือกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยไทยได้พิจารณาข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ อย่างรอบคอบ และพยายามอย่างเต็มที่ในการเสนอแนวทางที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน (best shared benefit) แก่ทั้งสองฝ่าย พร้อมเน้นย้ำว่า แต่ละประเทศมีบริบทและความพร้อมในการเจรจาที่แตกต่างกัน มีกรอบกฎเกณฑ์ กฎหมาย รวมถึงนโยบายสาธารณะที่แตกต่างกัน จึงไม่สามารถที่จะใช้หลักเกณฑ์เดียวกันเป็นข้อพิจารณาหรือตัดสินความสำเร็จของการเจรจา แต่ควรให้ความสำคัญกับภาพรวมของผลลัพธ์สุดท้ายที่ทั้งสองฝ่ายสามารถไปสู่เป้าหมายที่คาดหวังบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน

ทั้งยังได้หารือเกี่ยวกับการไต่สวนภายใต้มาตรา 301 ของสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันไทยถูกไต่สวนอยู่ 2 กรณี ได้แก่ กรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง และกรณีที่ไม่มีมาตรการห้ามการนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ ซึ่งสหรัฐฯ ใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนมาตรการทางภาษีที่ใช้กับประเทศต่างๆ ให้มีความต่อเนื่องภายหลังจากที่ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ มีคำตัดสินว่าการเก็บภาษีภายใต้มาตรการฉุกเฉิน IEEPA ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขัดต่อหลักกฎหมาย

'ศุภจี' นำทีมไทยแลนด์ ถกผู้แทนระดับสูงสหรัฐฯ เร่งสรุป  ART

ปัจจุบัน สหรัฐฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาผลการไต่สวนรอบสุดท้าย โดยในเบื้องต้นได้กำหนดอัตราภาษี 12.5 %  สำหรับ 46 ประเทศที่ไม่มีกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับ และ10 % กับ 14 % ประเทศที่มีกฎหมายหรือสามารถสรุปความตกลง ART กับสหรัฐฯ โดยสหรัฐฯ ได้แจ้งว่า อยู่ระหว่างการไต่สวนกรณีกำลังการผลิตส่วนเกิน ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะประกาศอัตราภาษีในอัตราค่อนข้างสูงสำหรับประเทศที่ไม่มีความตกลง หรือไม่สามารถดำเนินการตามข้อตกลงได้

นางศุภจี กล่าวว่า แม้การเจรจาในบางประเด็นจะมีความท้าทายและต้องใช้เวลา แต่ไทยยืนยันความมุ่งมั่นและความพยายามอย่างเต็มที่ในการหาข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน โดยพิจารณาให้ความยืดหยุ่นตามกรอบกฎหมายของประเทศ มาตรฐานหลักเกณฑ์สากล และประโยชน์สาธารณะ เพื่อให้ไทยได้รับอัตราภาษีที่เหมาะสมและแข่งขันได้ เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ที่สามารถเจรจาและได้ข้อสรุปความตกลง ART แล้ว โดยฝ่ายสหรัฐฯ รับทราบความตั้งใจของไทย และจะพิจารณาข้อเสนอล่าสุดของไทยในแต่ละประเด็น เพื่อร่วมกันผลักดันให้การเจรจาได้ข้อสรุปโดยเร็ว

“การหารือกับผู้แทนระดับสูงของสหรัฐฯสะท้อนให้เห็นว่าไทยได้ทุ่มเทและพยายามอย่างเต็มที่ในทุกช่องทางเพื่อผลักดันความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ ให้เดินหน้าอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติการค้า การลงทุน และการเจรจา ART เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย” นางศุภจี กล่าว

ในปี 2568 สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทย ด้วยมูลค่าการค้ารวมกว่า 93,651.36 ล้านดอลลาร์ โดยมีมูลค่าการส่งออกจากไทยไปยังสหรัฐฯ สูงถึง 72,506.39 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 21,144.98 ล้านดอลลาร์ โดยไทยได้ดุลการค้ากับสหรัฐฯ มูลค่า 51,361.41 ล้านดอลลาร์