10 สมาคมเหล็กไทยฯ ร้อง "นายกฯ-รมว.อุตฯ" สกัดกลุ่มเตา IF ข่มขู่บอร์ด กมอ. หวังกดดันคว่ำร่าง มอก.24 ฉบับใหม่ ยันต้องยกระดับมาตรฐานสกัดเหล็กด้อยคุณภาพ-รับมือแผ่นดินไหว
KEY POINTS
- กลุ่ม 10 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และรมว.อุตสาหกรรม เพื่อขอให้ปกป้องการทำงานของ กมอ. หลังพบพฤติกรรมข่มขู่คุกคามรายบุคคล กดดันการพิจารณาแก้ไขมาตรฐานเหล็กเส้นข้ออ้อย มอก. 24-25XX ที่มุ่งยกระดับความปลอดภัยสาธารณะของประเทศ
- พฤติกรรมข่มขู่คือการส่งหนังสือถึงกรรมการ กมอ. โดยระบุว่าหากการลงมติสร้างความเสียหายต่อธุรกิจเตา IF หน่วยงานของกรรมการจะต้อง "ร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายขนานใหญ่"
- ความขัดแย้งมีชนวนมาจากการที่ กมอ. มีมติเห็นชอบร่างมาตรฐานเหล็กเส้นข้ออ้อย มอก. 24 ฉบับใหม่ ซึ่งมุ่งยกระดับความปลอดภัยและไม่รองรับกระบวนการผลิตด้วยเตา IF ที่ไม่มีขั้นตอนปรุงน้ำเหล็ก
- ข้อเรียกร้องหลักคือขอให้รัฐบาลสนับสนุนและคุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการและกรรมการ กมอ. ให้ปราศจากแรงกดดัน พร้อมทั้งตรวจสอบพฤติกรรมของกลุ่มผลประโยชน์ดังกล่าว
รายงานข่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2569 กลุ่ม 10 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย ได้ยื่นหนังสือด่วนที่สุดถึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อขอความอนุเคราะห์ปกป้องการทำงานของข้าราชการและคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) หลังพบพฤติกรรมข่มขู่คุกคามรายบุคคลจากกลุ่มผลประโยชน์ เพื่อกดดันการพิจารณาแก้ไขมาตรฐานเหล็กเส้นข้ออ้อย มอก. 24-25XX ที่มุ่งยกระดับความปลอดภัยสาธารณะของประเทศ
แฉพฤติกรรมข่มขู่ "รายบุคคล" กดดัน "กมอ."
ประเด็นความขัดแย้งนี้เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น ภายหลังจากที่คณะกรรมการ กมอ. มีมติเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2569 เห็นชอบร่างมาตรฐาน มอก. 24 ฉบับใหม่
กลุ่ม 10 สมาคมฯ เปิดเผยว่า สมาคมการค้าผู้ประกอบการหล่อหลอมโลหะด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF) ได้ส่งหนังสือถึงกรรมการ กมอ. เป็นรายบุคคลในลักษณะกดดันและข่มขู่
เนื้อหาในจดหมายดังกล่าวระบุว่า การลงมติของกรรมการอาจสร้างความเสียหายต่อธุรกิจเตา IF อย่างรุนแรงจนมิอาจประเมินมูลค่าได้ รวมถึงข่มขู่ว่า หากการลงมติฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ หน่วยงานของกรรมการท่านนั้นจะต้อง "ร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายขนานใหญ่ในทางพินิจทางกฎหมาย"
ซึ่งพฤติกรรมนี้ถูกมองว่าเป็นการสร้างความหวั่นเกรงให้แก่ข้าราชการและผู้ทรงคุณวุฒิในการปฏิบัติหน้าที่บนบรรทัดฐานทางวิชาการ
ยกระดับ มอก.24 รับเกณฑ์ "แผ่นดินไหว" มาตรฐานสากล
กลุ่ม 10 สมาคมฯ กล่าวย้ำว่า สำหรับการปรับปรุง มอก. 24-2559 เดิมมาเป็นฉบับใหม่นั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น JIS G3112-2025 (ญี่ปุ่น), GB 1499.2-2024 (จีน), BS 4449-2005 (อังกฤษ) และ ISO 15630-1:2019
นอกจากนี้ มาตรฐานใหม่ยังถูกออกแบบมาเพื่อให้รองรับกฎกระทรวงและข้อบังคับ มยผ. 1301/1302-61 ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ว่าด้วยการออกแบบอาคารต้านทานการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ซึ่งมาตรฐานเหล็กข้ออ้อยปัจจุบันยังไม่มีระดับคุณภาพที่เพียงพอต่อความปลอดภัยสาธารณะ
โดยมติ กมอ. กำหนดให้ใช้กรรมวิธีการผลิตด้วยเตาเบสิกออกซิเจน (BO) หรือ เตาอาร์กไฟฟ้า (EF/EAF) เท่านั้น เพื่อให้ได้เหล็กที่มีคุณภาพสูงและเป็นแนวทางสู่เหล็กสีเขียว (Green Steel) ในอนาคต
เผย "เตา IF" ตัดตอนกระบวนการ-กำไรบนความเสี่ยง
ในหนังสือที่ยื่นต่อ รมว.อุตสาหกรรม กลุ่ม 10 สมาคมฯ ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกถึงเหตุผลที่กลุ่มเตา IF คัดค้านมาตรฐานใหม่ โดยระบุว่า ผู้ผลิตกลุ่มนี้ มักอ้างว่าการกำหนดให้มีกระบวนการ Refining (เตาปรุงน้ำเหล็ก) เป็นเพียงข้อแนะนำ
ทั้งนี้ การตัดกระบวนการปรุงน้ำเหล็กออกช่วยให้ผู้ผลิตลดต้นทุนมหาศาล ทั้งค่าพลังงาน อุปกรณ์สิ้นเปลือง และค่าการจัดการสิ่งแวดล้อม ทำให้สามารถตัดราคาขายแข่งกับเหล็กมาตรฐานสูงได้ และสร้างผลกำไรมหาศาลมานานหลายปีบนความเสี่ยงของผู้บริโภค ซึ่งปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นในประเทศจีน จนนำไปสู่การสั่งยกเลิกการผลิตด้วยเตา IF ทั้งหมดในปี 2560 มาแล้ว
โต้ข้ออ้าง "ของแพง-ตกงาน" ชี้ทางออกนำเข้า Billet คุณภาพ
ต่อข้อกังวลเรื่องราคาสินค้าที่จะแพงขึ้นหรือผลกระทบต่อการจ้างงาน กลุ่ม 10 สมาคมฯ ชี้ว่า เป็นข้อกล่าวอ้างที่ปราศจากเหตุผล เนื่องจาก
1. การแข่งขันยังมีอยู่ ผู้ผลิตเดิมทั้งระบบ EF และ IF ยังคงแข่งขันกันในตลาดเหล็กเส้นกลม (มอก. 20-2559) ซึ่งใช้ในอาคารเตี้ยเป็นหลัก และเหล็กข้ออ้อยยังเป็นสินค้าควบคุมราคาของกระทรวงพาณิชย์
2. โมเดลธุรกิจทางเลือก ผู้ผลิต IF ที่ยังไม่มีเตาปรุง สามารถปรับตัวโดยการนำเข้าเหล็กแท่ง (Billet) คุณภาพสูงตามมาตรฐาน มอก. จากตลาดโลกที่มีกำลังการผลิตส่วนเกิน เช่น จีน หรือญี่ปุ่น มาผลิตต่อได้ ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจปกติ
3. การพัฒนาเทคโนโลยี มาตรฐานใหม่ยกระดับการต้านทานแรงดึงจาก 490 MPa เป็น 785 MPa และเข้มงวดเรื่องสารมลทินมากขึ้น ซึ่งผู้ผลิตไทยจำเป็นต้องได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อยกระดับอุตสาหกรรม
จี้รัฐคุ้มครอง "บอร์ด กมอ." ตรวจสอบพฤติกรรมข่มขู่
กลุ่ม 10 สมาคมฯ จึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้
1. สนับสนุนและคุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ กมอ. ข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะอนุกรรมการวิชาการ (84/1) ให้สามารถทำงานได้โดยปราศจากแรงกดดัน
2. ป้องปรามพฤติกรรมข่มขู่เจ้าหน้าที่รัฐ และตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมของกลุ่มผลประโยชน์ดังกล่าว
3. พิจารณามาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ของกรรมการและเจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันการนำข้อมูลไปใช้คุกคามรายบุคคลในอนาคต
"การยกระดับมาตรฐานเหล็กเส้นของประเทศต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานข้อมูลทางวิชาการและประโยชน์สาธารณะ ไม่ควรถูกขัดขวางโดยกลุ่มที่แสวงหาประโยชน์จากการผลิตสินค้าที่คุณภาพไม่ครบถ้วน" กลุ่ม 10 สมาคมฯ ระบุทิ้งท้าย





