ซึ่งแปลว่า “เด็กชายตัวน้อย” ในภาษาสเปน – คือช่วงที่อุณหภูมิสูงขึ้นของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกว่า เอลนีโญ-ความผันผวนทางใต้ (ENSO) ปรากฏการณ์ทางสภาพอากาศนี้ ซึ่งเกิดขึ้นซ้ำทุกๆ สองสามปี เกี่ยวข้องกับการที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนตอนกลางและตะวันออกสูงขึ้นอย่างผิดปกติ ส่งผลให้สภาพอากาศอบอุ่นกว่าค่าเฉลี่ย เอลนีโญส่งผลกระทบต่อมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกบริเวณเส้นศูนย์สูตรอย่างรุนแรงที่สุด แต่ก็ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นทั่วโลกด้วย
ข้อมูลจาก สภาเศรษฐกิจโลก (WEF) ระบุโดยอ้างอิงข้อมูลจาก องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) คาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้ 80% ที่จะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญระหว่างเดือนมิ.ย.ถึงส.ค.2569 และถึงแม้ว่าจะยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความรุนแรงสูงสุดและช่วงเวลาของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มักจะทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นและก่อให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้ว แต่แบบจำลองการพยากรณ์ส่วนใหญ่ชี้ให้เห็นว่าปรากฏการณ์นี้จะอยู่ในระดับปานกลางนั้นกลับเป็นไปได้ค่อนข้างน้อย ส่วนความรุนแรงนั้นมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นด้วย
“การคาดการณ์ของ WMO เกิดขึ้นในขณะที่ศูนย์พยากรณ์สภาพอากาศขององค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐ (NOAA) ประเมินว่ามีความเป็นไปได้มากกว่า 80% ที่ปรากฏการณ์เอลนีโญจะเริ่มต้นระหว่างเดือนพ.ค.-ก.ค.2569 และมีความเป็นไปได้ 96% ที่จะคงอยู่ต่อไปจนถึงต้นปี 2570 ขณะที่ความรุนแรงสูงสุดของเอลนีโญอาจไม่แน่นอน แต่ทิศทางของความเสี่ยงนั้นชัดเจน และผลกระทบของมันจะกว้างไกล”
WEF ยังระบุถึง ผลกระทบจากเอลนีโญต่อระบบอาหารที่เปราะบาง ซึ่งซ้ำเติมสถานการณ์ภาคการเงินสาธารณะที่อ่อนแอ ตลาดพลังงานที่ตึงเครียด และความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น นับเป็นทดสอบความสามารถในการฟื้นตัวของสถาบันต่างๆ ที่กำลังทำงานใกล้ขีดจำกัดอยู่แล้วด้วย
นอกจากนี้ ด้วยปัจจัยปรากฏการณ์เอลนีโญเองยังคุกคามที่จะสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ที่กำลังได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว และโลกต้องเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ซ้อนทับกับวิกฤตค่าครองชีพ
“ข้าวเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญ เนื่องจากเป็นทั้งสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีการซื้อขายและสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันของประชากรหลายพันล้านคน แม้แต่ความปั่นป่วนเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้ราคาสูงขึ้น เพิ่มค่าใช้จ่ายในการนำเข้า และบังคับให้ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยต้องลดการใช้จ่ายในสิ่งจำเป็นลง"
ซัปพลายข้าวในตลาดยังได้รับผลจากก่อนหน้านี้ ที่เกษตรกรในเอเชียได้ลดการปลูกข้าวลงแล้วท่ามกลางต้นทุนพลังงานและปุ๋ยที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสงครามอิหร่าน และเอลนีโญคุกคามอุปทานของอาหารหลักที่บริโภคมากที่สุดในโลก
“ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกยังเผชิญกับความปั่นป่วนจากปรากฏการณ์เอลนีโญ เนื่องจากภัยแล้งทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำลดลงและขัดขวางการขนส่งทางบก น้ำท่วมสร้างความเสียหายแก่ถนน ท่าเรือ คลังสินค้า และโรงงานแปรรูป และความร้อนลดผลิตภาพแรงงานในทุกภาคส่วน ภาคเกษตรกรรมมีความเสี่ยงเป็นพิเศษ เนื่องจากต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นในขณะที่ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรงขึ้น”
ดังนั้น เอลนีโญจึงก่อให้เกิดความตกใจอย่างเป็นระบบ คุกคามผลผลิต ในขณะที่วิกฤตการณ์ที่ยืดเยื้อรอบช่องแคบฮอร์มุซทำให้ต้นทุนทางการเกษตรสูงขึ้น ปริมาณอาหารตึงตัว และค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีด้วย ความตกใจจากสภาพภูมิอากาศสามารถทำให้ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ เส้นทางโลจิสติกส์ และการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูล ซึ่งการผลิตชิปและศูนย์ข้อมูลต้องพึ่งพา หยุดชะงัก คุกคามเศรษฐกิจ AI ในวงกว้างซึ่งมีความสำคัญต่อระบบทั่วโลกมากขึ้นเรื่อยๆ
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในงาน ผลงานวิจัยกับการนำไปใช้ประโยชน์ภายใต้แนวคิด“วิจัยใช้ประโยชน์ตอบโจทย์ ตลาดสร้างมูลค่า สู่รายได้ยั่งยืน” ว่า ภาคเกษตรไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะปรากฏการณ์เอลนีโญ รวมถึงความเสี่ยงจากโรคและศัตรูพืชอุบัติใหม่ ปัญหา PM2.5 จากการเผาในพื้นที่เกษตร การกีดกันทางการค้าที่เข้มข้นขึ้น และปัญหาสินค้าเกษตรผิดกฎหมายที่กระทบต่อเกษตรกรไทย
ดังนั้น ขอให้กรมวิชาการเกษตรเตรียมรับมือกับปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน และโรคศัตรูพืชอุบัติใหม่ โดยเร่งนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร ทั้งเกษตรแม่นยำ Big Data เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และโดรนเพื่อการเกษตร ไปขยายผลสู่เกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับภาคเกษตรไทยไปสู่เกษตรมูลค่าสูง
แม้ว่า เอลนีโญมักถูกมองว่าเป็นเพียงปรากฏการณ์ทางสภาพอากาศ แต่ในปี 2569 นั้น หากมองสถานการณ์นี้ อย่างประมาทเกินไป อาจส่งผลเสียในวงกว้าง ดังนั้นการส่งสัญญาณเตือนไปถึงรัฐบาล บริษัท และหน่วยงานช่วยเหลือต่างๆ ให้เตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่อาจเป็นวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ เพราะผลกระทบสามารถบรรเทาได้หากมีการดำเนินการอย่างทันท่วงที


