วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

กรมพัฒน์ เผย จดทะเบียนธุรกิจใหม่ครึ่งปีแรก 2569 เพิ่ม 2.13% แต่ธุรกิจเลิกกิจการพุ่ง 12.49%

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผย ยอดจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ครึ่งปีแรก 2569 พุ่ง 44,773 ราย กลุ่มค้าปลีกออนไลน์และร้านอาหารโตเด่น แต่ทุนจดทะเบียนลดลง 25.44% พร้อมจับตาสัญญาณยอดเลิกกิจการเพิ่มขึ้นพุ่งกว่า 223% กำลังซื้อชะลอ การแข่งขันที่รุนแรงในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนมิ.ย. 2569 พบว่า มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 7,979 เพิ่มขึ้น 956 ราย คิดเป็น 13.61% ทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 15,231 ล้านบาท  ลดลง 2,882 ล้านบาท คิดเป็น 15.91%

ขณะที่ภาพรวมครึ่งปีแรกหรือ 6 เดือนแรกปี 69 (ม.ค.-มิ.ย.) จำนวน 44,773 ราย เพิ่มขึ้น 935 ราย คิดเป็น 2.13% ทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 111,201 ล้านบาท ลดลง 37,939 ล้านบาท คิดเป็น 25.44%

การจัดตั้งธุรกิจใหม่ พบว่า มี 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวอย่างน่าสนใจ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ได้แก่ 1. ธุรกิจการขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 1,296 ราย เพิ่มขึ้น 470 ราย คิดเป็น 56.90% ทุนจดทะเบียน 2,123 ล้านบาท

2. ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 2,119 ราย เพิ่มขึ้น 287 ราย คิดเป็น 15.67%  ทุนจดทะเบียน 3,446 ล้านบาท

3. ธุรกิจร้านขายปลีกเสื้อผ้า จำนวน 499 ราย เพิ่มขึ้น 227 ราย คิดเป็น 83.46% ทุนจดทะเบียน 696 ล้านบาท

ส่วนการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเดือนมิ.ย.มีจำนวน 1,760 ราย เพิ่มขึ้น 292 ราย คิดเป็น 19.89% ทุนจดทะเบียนเลิกอยู่ที่ 6,807 ล้านบาท ลดลง 3,596 ล้านบาท คิดเป็น 34.57%

ภาพรวมการจดทะเบียนเลิกช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย. มีจำนวน 7,024 ราย เพิ่มขึ้น 780 ราย คิดเป็น 12.49% ทุนจดทะเบียนเลิกครึ่งปีแรกปี 2569 สะสมอยู่ที่ 98,857 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68,313 ล้านบาท คิดเป็น 224%

กรมพัฒน์ เผย จดทะเบียนธุรกิจใหม่ครึ่งปีแรก 2569 เพิ่ม 2.13%  แต่ธุรกิจเลิกกิจการพุ่ง 12.49%

ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569  พบว่า มีธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 2,094,850 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 32.39 ล้านล้านบาท โดยมีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่ 1,004,558 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 23.81 ล้านล้านบาท

แบ่งเป็น บริษัทจำกัด 802,717 ราย คิดเป็น 79.91% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 17.81 ล้านล้านบาท ห้างหุ้นส่วนจำกัดและห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 200,327 ราย คิดเป็น 19.94% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 0.43 ล้านล้านบาท และบริษัทมหาชนจำกัด 1,514 ราย คิดเป็น 0.15% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 5.57 ล้านล้านบาท

สำหรับกลุ่มนิติบุคคลที่มีสัดส่วนการจดทะเบียนมากที่สุด คือ กลุ่มบริการ มีจำนวน 547,518 ราย ทุนจดทะเบียน 13.94 ล้านล้านบาท รองลงมาคือ กลุ่มค้าส่ง/ค้าปลีก 328,850 ราย ทุนจดทะเบียน 2.63 ล้านล้านบาท และกลุ่มผลิต 128,190 ราย ทุนจดทะเบียน 7.24 ล้านล้านบาท คิดเป็น 54.50% 32.74% และ 12.76% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า  จากสถิติยอดจดทะเบียนนิติบุคคลสะสม (ม.ค. - มิ.ย.) พบว่า “จำนวนรายนิติบุคคลจัดตั้ง” มีอัตราเพิ่มขึ้น แต่มูลค่าทุนจดทะเบียนลดลง และมีแรงกดดันต่อธุรกิจเดิมมากขึ้น กล่าวคือ ยอดจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เพิ่มขึ้น 935 ราย หรือ 2.13% และยอดเพิ่มทุนเพิ่มขึ้น 109 ราย หรือ 1.02% แสดงให้เห็นว่ายังมีผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบและธุรกิจเดิมบางส่วนยังมีการขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณามูลค่าทุน พบว่า ทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ลดลง 25.44% และมูลค่าการเพิ่มทุนลดลง 2.26% สะท้อนว่าการเริ่มต้นธุรกิจและการขยายกิจการอาจเกิดขึ้นในลักษณะที่ระมัดระวังมากขึ้น โดยผู้ประกอบการอาจใช้เงินทุนเริ่มต้นน้อยลง หรือชะลอการลงทุนขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ขณะเดียวกัน ยอดลดทุนเพิ่มขึ้น 155 ราย หรือ 14.19% แม้มูลค่าการลดทุน ลดลง 30.19% แสดงให้เห็นว่ามีธุรกิจจำนวนมากขึ้นที่ปรับโครงสร้างทุน แต่ขนาดของการลดทุนโดยรวมไม่สูงเท่าปีก่อนหน้า อาจสะท้อนการปรับตัวของธุรกิจในวงกว้าง โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กและกลางที่ต้องบริหารต้นทุนหรือปรับฐานะทางการเงิน

ประเด็นที่น่าจับตาคือ ยอดจดทะเบียนเลิกเพิ่มขึ้น 780 ราย หรือ 12.49% และทุนของนิติบุคคลที่เลิกเพิ่มขึ้นมากถึง 223.66% สะท้อนว่าไม่เพียงแต่มีธุรกิจเลิกกิจการมากขึ้น แต่ยังอาจมีนิติบุคคลที่มีทุนค่อนข้างสูงเลิกกิจการเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณของแรงกดดันทางธุรกิจ เช่น ต้นทุนสูง กำลังซื้อชะลอ การแข่งขันรุนแรง หรือผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ