วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

จับตา ครม.เคาะปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการ- กรอบความร่วมมือ 'ไทย-จีน' ก่อนนายกฯ เยือนจีน 16-20 ก.ค.นี้

จับตา ครม. นัดสำคัญ! เคาะกรอบความร่วมมือ "ไทย-จีน" ชุดใหญ่ รับแผนเยือนแดนมังกร 16-20 ก.ค.69 นี้ พร้อมปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และขยายเวลาแรงงาน 3 สัญชาติ

KEY POINTS

  • ครม. เตรียมพิจารณาข้อเสนอทบทวนหลักเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ก่อนประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ
  • เห็นชอบกรอบความร่วมมือ และบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างไทย-จีนหลายฉบับ เพื่อเตรียมการก่อนนายกรัฐมนตรีเยือนจีน
  • ความร่วมมือกับจีนครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ การค้า (ห่วงโซ่อุปทาน) การเกษตร (ส่งออกสัตว์น้ำ) และการพัฒนาเทคโนโลยี (AI)
  • การเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีมีกำหนดการระหว่างวันที่ 16-20 ก.ค.2569 โดยจะเข้าพบทั้งนายกรัฐมนตรี และประธานาธิบดีของจีน

ทำเนียบรัฐบาล – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2569 นี้ มีวาระด้านเศรษฐกิจ และการต่างประเทศที่น่าสนใจหลายประเด็น โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมก่อนการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ของนายกรัฐมนตรี ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มีกำหนดการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 16-20 ก.ค.69 ที่จะถึงนี้ โดยในการเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้เป็นไปตามคำเชิญของ นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีของจีน โดยในการเดินทางไปเยือนครั้งนี้นายกรัฐมนตรีของไทยมีกำหนดการได้พบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนด้วย

สำหรับวาระ ครม.ที่น่าสนใจได้แก่

นอกจากนี้ กระทรวงการคลัง ได้ยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพื่อทบทวนหลักเกณฑ์ให้มีความเหมาะสม ก่อนที่จะมีการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นี้

การเสนอขอความเห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) และเอกสารความร่วมมือหลายฉบับเพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ

ปูพรมความร่วมมือ "ไทย-จีน" หนุนห่วงโซ่อุปทาน และนวัตกรรม

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การเสนอของ กระทรวงพาณิชย์ ในการจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรม และห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงความร่วมมือด้านการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และด้านชั่ง ตวง วัด เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างสองประเทศ

ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เสนอพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดการกักกัน และสุขลักษณะสำหรับสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคที่จะส่งออกจากไทยไปจีน ซึ่งจะช่วยขยายตลาดส่งออกสินค้าประมงไทยให้กว้างขึ้น นอกจากนี้ยังมีแผนความร่วมมือด้านการจัดการน้ำในพื้นที่ชนบท และพลังงานน้ำอีกด้วย

ด้านกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงศึกษาธิการ เตรียมลงนามในร่างเอกสารส่งเสริมความร่วมมือด้าน อววน. และการศึกษาด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับทางจีน เพื่อพัฒนาบุคลากร และเทคโนโลยีแห่งอนาคต

แก้โจทย์แรงงาน-ดูแลสวัสดิการฐานราก

ในด้านความมั่นคงทางแรงงาน กระทรวงแรงงาน เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับกลุ่มแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนาม ตามมติเดิมเมื่อปี 2568 โดยจะผ่อนผันให้อยู่ในราชอาณาจักร และทำงานต่อไปได้จนถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2570 เพื่อป้องกันการขาดแคลนแรงงานในภาคการผลิตและบริการ

รุกพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีการบิน

ด้านพลังงาน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กระทรวงพลังงาน เสนอโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (Floating Solar) ชุดที่ 1 ในพื้นที่เขื่อนสำคัญ 3 แห่ง ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานสะอาดให้กับประเทศ

ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคม เตรียมขออนุมัติจัดงาน "The Second Advanced Air Mobility Symposium 2026 (AAM 2026)" ร่วมกับองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) เพื่อแสดงศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีการบินสมัยใหม่

การบริหารจัดการงบประมาณ และหนี้สาธารณะ

ปิดท้ายที่วาระจากสำนักงบประมาณ ที่เสนอแนวทาง และขั้นตอนการขอเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติมากที่สุด

การขยับตัวของ ครม. ในครั้งนี้ถือเป็นการวางรากฐานสำคัญทั้งในมิติการค้าระหว่างประเทศ การบริหารจัดการแรงงาน และการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งต้องติดตามผลลัพธ์จากการเดินทางไปเจรจาที่สาธารณรัฐประชาชนจีนในช่วงปลายเดือนนี้ต่อไป

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์