นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนาประจำปี 2569 ธปท. สำนักงานภาคใต้ "ธุรกิจใต้ปรับตัวอย่างไร ในโลกที่ไม่แน่นอน” ว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 ได้รับอานิสงส์จากการบริโภคภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้นจากนโยบายกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของภาครัฐรวมทั้งกระแสเม็ดเงินลงทุนปัญญาประดิษฐ์ที่เข้ามาในประเทศไทย
จากทิศทางทั้งหมดทำให้ ธปท. มองว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มโตได้ 2.3% ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์ของสำนักวิจัยทั่วไป ในขณะที่คาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มต่ำกว่า 2.8%
สำหรับทิศทางการส่งออก นายวิทัย มองว่าจะขยายตัวดีอยู่ที่ 14% ตลอดทั้งปี โดยคาดว่าการส่งออกในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์จะขยายตัว 43% ซึ่งจะเป็นปัจจัยส่งผลักดันภาพรวมการส่งออก ส่วนที่เหลือจะขยายตัวอยู่ที่เพียง 2.5% ของการส่งออกทั้งหมดเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ผู้ว่า ธปท. กล่าวว่า การเติบโตของการส่งออกพึ่งพากระแสการลงทุนจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างมีนัยสำคัญซึ่งในมุมหนึ่งคือความเสี่ยงของเศรษฐกิจ กล่าวคือผู้ประกอบการที่ได้ประโยชน์จากกระแสการลงทุนนี้มีไม่มากและส่วนใหญ่เป็นบริษัทจากต่างชาติ
ทั้งนี้ จำนวนบริษัทในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์คิดเป็นประมาณ 1% หรือ 105 บริษัท ของจำนวนบริษัททั้งหมดในภาคอุตสาหกรรมของไทยแต่กลับส่งออกคิดเป็นสัดส่วน 85% ของยอดการส่งออกทั้งหมด
นายวิทัย กล่าวว่า ในจำนวน 105 รายนั้น เป็นบริษัทจากต่างชาติ 87 ราย และ 18 รายเป็นบริษัทสัญชาติไทย ดังนั้นผลประโยชน์สำหรับเศรษฐกิจภายในประเทศอาจไม่ได้มากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงที่ว่าบริษัทต่างชาติเหล่านั้นปรับเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนนำเข้า (Imported Contents) จากเดิม 45% ของชิ้นส่วนประกอบทั้งหมดเป็น 70% ในปัจจุบัน


