วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

เปิด 7 เมนูจานโปรดพาเหรดขึ้นราคา มนุษย์เงินเดือนทรุด ! ควักเงินในกระเป๋าเพิ่ม

เช็กเลย 7 เมนูอาหารยอดฮิต ทั้งข้าวผัดกะเพรา ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า  พาเหรดปรับราคาขึ้น  5-10  บาท สนค. เผยผลสำรวจ 7 อาหารจานเดียวสตรีทฟู้ด ปรับขึ้นราคาไปแล้วถึง 438 รายการ หรือคิดเป็น 28.53% ของรายการทั้งหมดที่สำรวจ สะเทือน กระเป๋าคนทำงานต้องควักเงินเพิ่มขึ้นหลักร้อยต่อเดือน

KEY POINTS

  • อาหารจานเดียวยอดนิยม 7 เมนู เช่น ข้าวกะเพรา ก๋วยเตี๋ยว และส้มตำ ปรับขึ้นราคาเฉลี่ย 5-10 บาทต่อจาน
  • การขึ้นราคาส่งผลกระทบโดยตรงต่อมนุษย์เงินเดือนและผู้มีรายได้น้อย ทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 300-600 บาทต่อเดือน
  • สาเหตุหลักมาจากต้นทุนของผู้ประกอบการที่สูงขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อ ทั้งราคาพลังงานและค่าขนส่ง โดยมีแนวโน้มที่ราคาจะปรับสูงขึ้นได้อีก

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลสำรวจราคาอาหารจานเดียว 7 เมนูยอดฮิต ไม่ว่าจะเป็นข้าวผัด, ผัดซีอิ๊ว/ราดหน้า, ข้าวหมูแดง, ข้าวมันไก่, ส้มตำ, ก๋วยเตี๋ยว และข้าวราดผัดกะเพรา พบว่า มีการปรับขึ้นราคาไปแล้วถึง 438 รายการ หรือคิดเป็น 28.53% ของรายการทั้งหมดที่สำรวจ

เมนูมหาชน “กะเพรา ก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ ”ปรับขึ้น 5-10 บาท

โดยข้าวราดกะเพราจานละ 60 บาท กลายเป็น 65 บาท ก๋วยเตี๋ยวจาก 50 บาทเป็น 60 บาท หรือส้มตำจาก 30 บาทขยับเป็น 40 บาท แม้จะเป็นการปรับขึ้นเพียง 5-10 บาทต่อจาน อาจดูเหมือนเป็นเงินจำนวนเล็กน้อย

แต่หากลองคำนวณดูดี ๆ สำหรับคนที่ต้องฝากท้องนอกบ้านวันละ 2 มื้อ จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 300 บาทต่อเดือน และหากเพิ่มขึ้นมื้อละ 10 บาท จะมีภาระสูงถึงราว 600 บาทต่อเดือน ยังไม่นับรวมค่าเดินทางที่ปรับสูงขึ้นตามราคาพลังงาน

กลุ่มที่ปรับราคาโหดที่สุด คือ กลุ่มอาหารราคาเดิม 40 และ 50 บาท ที่พากันบวกเพิ่มอีก 10 บาท ซึ่งคิดเป็นการกระโดดขึ้นสูงถึง 20-25% เลยทีเดียว โดยกลุ่มนี้มีสัดส่วนมากกว่า 10% จากทั้งหมด 1,535 รายการที่สำรวจ

สถานการณ์นี้กลายเป็นแรงกระแทกชั้นดีส่งตรงถึง "กระเป๋าเงิน" ของมนุษย์เงินเดือนและกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ที่จำเป็นต้องพึ่งพาอาหารปรุงสำเร็จเป็นหลัก จนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สวนทางกับรายได้ที่ยังนิ่งสนิท สำหรับคนทำงานที่รับประทานอาหารนอกบ้านทุกวัน  นั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหลายร้อยบาทต่อเดือน

เปิด 7 เมนูจานโปรดพาเหรดขึ้นราคา มนุษย์เงินเดือนทรุด ! ควักเงินในกระเป๋าเพิ่ม

เงินเฟ้อพุ่งต่อเนื่อง ดันต้นทุนอาหารสำเร็จรูป

ราคาอาหารที่พาเหรดขึ้นราคา สอดคล้องกับรายงาน ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิ.ย. 2569 อยู่ที่ 102.85 เพิ่มขึ้น 2.42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 แม้อัตราเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอลงจากเดือนก่อน

แต่ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันเงินเฟ้อยังคงเป็นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในระดับสูงจากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงการปรับเพิ่มค่าโดยสารสาธารณะ ที่สำคัญราคาอาหารสำเร็จรูปที่ปรับขึ้นในวงกว้าง

โดยในหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.03% พบว่า "อาหารสำเร็จรูป" เป็นสินค้าที่มีการปรับราคาชัดเจน ทั้งข้าวราดแกง ข้าวราดผัดกะเพรา ข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยว ข้าวมันไก่ และอาหารตามสั่งประเภทต่าง ๆ สะท้อนว่าต้นทุนด้านพลังงานและการขนส่งได้ส่งผ่านมายังราคาขายปลีกที่ผู้บริโภคต้องจ่ายจริง

ด้านผู้ประกอบการร้านอาหารเองก็เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งราคาพลังงาน ค่าเดินทาง ค่าวัตถุดิบ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการ หลายร้านจึงเลือกทยอยปรับขึ้นราคาครั้งละ 5 บาท แทนการปรับขึ้นครั้งใหญ่ เพื่อรักษาฐานลูกค้าและให้ผู้บริโภคสามารถยอมรับได้

แม้ว่าสินค้าบางประเภท เช่น เนื้อสุกร ข้าวสารเหนียว และผักสดหลายชนิด จะมีราคาปรับลดลง แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาอาหารปรุงสำเร็จได้ เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนทำงานในเมือง ยังพึ่งพาอาหารจานเดียวเป็นหลักในชีวิตประจำวัน

เปิด 7 เมนูจานโปรดพาเหรดขึ้นราคา มนุษย์เงินเดือนทรุด ! ควักเงินในกระเป๋าเพิ่ม

สนค.รับ แนวโน้มอาหารจานเดียวปรับขึ้นได้อีก 

นางสาวณัฐิยา สุจินดา รอง ผอสนค. กล่าว  แนวโน้มราคาอาหารจานเดียว หรืออาหารสำเร็จรูป ยังมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้อีก เนื่องจากร้านขายอาหารจานเดียว ส่วนใหญ่มักเป็นผู้ประกอบการรายเล็ก ที่ไม่สามารถแบกรับต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งจากต่างร้านอาหารขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ ที่เมื่อซื้อวัตถุดิบในปริมาณมากอาจจะได้ราคาเฉลี่ยที่ต่ำกว่า

ดังนั้นเมื่อร้านอาหารรายย่อยไม่สามารถแบกรับต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นได้ จึงทำให้ต้องทยอยปรับขึ้นราคาอาหารเพื่อสะท้อนต้นทุนจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นสูงไปก่อนหน้านี้  และเมื่อปรับขึ้นราคาแล้วก็ยากที่ราคาจะปรับลดลง 

อย่างไรก็ดี ก็มีบางร้านที่ยอมแบกรับต้นทุนไว้เอง เนื่องจากเกรงว่าถ้าปรับขึ้นราคาอาหารแล้ว จะทำให้เสียลูกค้า ในขณะที่บางร้านก็ต้องยอมรับว่าไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนไว้ได้ จึงต้องทยอยปรับขึ้น 5-10 บาท ซึ่งจะเริ่มเห็นการปรับราคาอาหารจานเดียวกระจายเป็นวงกว้างมากขึ้น

กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 ไว้ที่ 1.5-2.5% หรือค่ากลาง 2.0% อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ประชาชนให้ความสำคัญมากกว่าตัวเลขเงินเฟ้อ คือราคาสินค้าและอาหารที่ต้องจ่ายในแต่ละวัน โดยเฉพาะอาหารจานเดียว ซึ่งกลายเป็นดัชนีค่าครองชีพที่สะท้อนความเป็นจริงได้ชัดเจนที่สุด 

ทั้งนี้สนค. ประเมินว่า มาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส” จะไม่ทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยอ้างอิงผลการศึกษามาตั้งแต่มาตรการ “คนละครึ่ง” ซึ่งไม่พบว่าการกระตุ้นการใช้จ่ายส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวอย่างมีนัยสำคัญ

แนวโน้มราคาอาหารจานเดียวในช่วงครึ่งปีหลังอาจยังมีโอกาสขยับขึ้นต่อเนื่อง ทำให้การดูแลค่าครองชีพของประชาชนยังคงเป็นโจทย์สำคัญของภาครัฐ ท่ามกลางกำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และความเปราะบางของเศรษฐกิจครัวเรือนที่ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง