CP ส่งหนังสือถึง รฟท.ใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญาร่วมทุน “ไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน” อ้างเหตุออกบัตรส่งเสริมลงทุน BOI ไม่ได้เป็นอุปสรรคออก NTP จับตาเจรจาจ่ายชดเชยให้ CP หลังลงทุนไปแล้ว 12,000 ล้านบาท เล็งให้ CP บริหารแอร์พอร์ต ลิงก์ ต่อลดผลกระทบบริการประชาชนช่วงรอยต่อเลิกสัญญา
KEY POINTS
- กลุ่มซีพี โดยบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ยื่นหนังสือถึง รฟท.แจ้งขอใช้สิทธิเลิกสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน อ้างไม่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นอุปสรรคออก NTP เข้าพื้นที่ก่อสร้าง
- จ่อเสนอที่ประชุม กพอ. เคาะแนวทางออก โดยการเลิกสัญญาจะนำไปสู่การเจรจาเรื่องค่าชดเชย ซึ่งกลุ่มซีพีอ้างว่าลงทุนไปแล้วกว่า 12,000 ล้านบาท ขณะที่ภาครัฐมีค่าใช้จ่ายด้านการเวนคืนที่ดิน
- จับตาอนาคตการบริหารแอร์พอร์ตเรลลิงก์ หลังจ่อสิ้นสุดสัญญา ก.ย.นี้ ลุ้นการรถไฟฯ อาจเจรจาให้กลุ่มซีพีบริหารต่อไปชั่วคราวเพื่อไม่ให้กระทบการบริการประชาชน
โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ใกล้ถึงบทสรุปการเลิกสัญญาระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ที่มีกลุ่ม CP ถือหุ้นใหญ่
หากนับตั้งแต่เริ่มออกประกาศเชิญชวนเมื่อวันที่ 30 พ.ค.2561 ถึงปัจจุบันเป็นเวลา 8 ปี ที่โครงการนี้ไม่สามารถเข้าสู่ขั้นตอนการออกหนังสือเริ่มงานก่อสร้าง (NTP) โดยระหว่างมีการเจรจาที่ใช้เวลาทุกขั้นตอนกว่าจะลงนามสัญญาร่วมลงทุนได้ในวันที่ 24 ต.ค.2562
บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ชนะการประมูลด้วยเงื่อนไขขอรับเงินร่วมลงทุนจากรัฐต่ำสุด 117,226 ล้านบาท ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ปี 2563 เกิดโควิด-19 ซึ่งทำให้บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ขอให้ภาครัฐออกมาตรการเยียวยาผลกระทบที่ทำให้ผู้โดยสารแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ลดลง และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการเยียวยาเมื่อวันที่ 19 ต.ค.2564 ที่รวมถึงการแก้สัญญาร่วมลงทุน
คู่สัญญาทั้ง รฟท.และบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ใช้เวลาเจรจาแก้สัญญาร่วมลงทุนมากกว่า 3 ปี ตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน, รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร, รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล 1 จนถึงรัฐบาลนายอนุทิน 2 รวม 5 รัฐบาล แต่ไม่ได้ข้อสรุป และนำมาสู่กระบวนการเลิกสัญญา
การประชุมคณะกรรมการ รฟท.วันที่ 9 ก.ค.2569 ได้พิจารณาวาระแนวทางแก้ปัญหาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยมีการรายงานถึงข้อเสนอบริษัทเอเชีย เอรา วัน จำกัด ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ก.ค.2569
CP ขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญาร่วมลงทุน
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการ รฟท.เปิดเผยว่า บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ทำหนังสือถึง รฟท.แจ้งขอใช้สิทธิเลิกสัญญาตามข้อ 6.2 ที่ระบุในสัญญาร่วมลงทุนด้วยเหตุไม่สามารถออก NTP จากกรณีขอรับบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ไม่ได้
รวมทั้ง รฟท.รายงานผลหารือร่วม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย รฟท., สกพอ.และบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด โดยยืนยันมี 2 แนวทางแก้ปัญหาสัญญาโครงการนี้เพื่อเตรียมนำเสนอคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ประกอบด้วย
1.แนวทางแก้ไขสัญญาตามมติ กพอ.เดิม ซึ่งหาก กพอ.เห็นชอบตามแนวทางนี้จะเดินหน้าโครงการตามเงื่อนไขที่หารือ และเป็นไปตามร่างแก้ไขสัญญาแก้ไขที่สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบ โดยจะเสนอ ครม.ขออนุมัติแก้ไขหลักการ และลงนามแก้ไขสัญญาร่วมทุน
2.แนวทางสิ้นสุดสัญญา โดยกรณีนี้เกิดขึ้นหาก กพอ.พิจารณาว่าแก้ไขสัญญาไม่ได้จะนำไปสู่กระบวนการพิจารณาเหตุสิ้นสุดสัญญา ซึ่ง รฟท.และเอกชนคู่สัญญาต้องกลับมาพิจารณาข้อกฎหมาย
“รฟท.จะรายงานแนวทางออก 2 ทางเลือก คือ ดำเนินงานตามมติ กพอ.และมติ ครม.และสิ้นสุดสัญญาร่วมทุน แต่เอกชนยื่นข้อเสนอแสดงความประสงค์ขอเจรจาเพื่อสิ้นสุดสัญญามายัง รฟท.เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2569 โดยยืนยันว่าหากไม่แก้สัญญาก็ไม่สามารถไปต่อได้”
สำหรับกระบวนการหลังจากนี้ รฟท.เตรียมรายงานคณะกรรมการบริหารสัญญาร่วมลงทุนวันที่ 15 ก.ค.2569 หลังจากนั้นเสนอคณะกรรมการกำกับโครงการภายในเดือนก.ค.2569 ก่อนเสนอ กพอ.พิจารณาภายในเดือนส.ค.2569
อ้างเหตุออกบัตรส่งเสริม BOI ไม่ได้
ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญที่เอกชนขอใช้สิทธิเจรจาสิ้นสุดสัญญา เพราะออก NTP ไม่ได้ โดยเอกชนยังไม่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ซึ่งเอกชนให้เหตุผลว่าหากจะดำเนินการโครงการต่อ แต่ไม่มีบัตรส่งเสริมการลงทุนจาก BOI จะกระทบการจัดหาเงินกู้จึงยื่นเงื่อนไขต้องแก้ไขสัญญาก่อน แต่เมื่อตกลงแก้ไขสัญญาไม่ได้จึงเป็นเหตุสู่การขอใช้สิทธิเจรจาสิ้นสุดสัญญาตามเงื่อนไขสัญญาที่ระบุข้อ 6.2
สำหรับเงื่อนไขการบอกเลิกสัญญาแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ตามที่ระบุในสัญญาร่วมทุน ประกอบด้วย
1.สิ้นสุดตามอายุสัญญาสัมปทาน เมื่อครบกำหนดระยะเวลา 50 ปี
2.เลิกสัญญา หากการออก NTP ไม่สำเร็จ ตามเงื่อนไขกำหนดไว้ในข้อ 6.2 ซึ่งส่วนหนึ่งระบุว่าเลิกสัญญา อันเนื่องจากเหตุของการขอรับบัตรส่งเสริมการลงทุน BOI ไม่สำเร็จครบถ้วน ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบอกเลิกสัญญาได้
3.สิ้นสุดสัญญาตามเงื่อนไขการบอกเลิกสัญญา โดยกำหนดไว้ 4 กรณี ได้แก่ 1. ภาครัฐโดย รฟท. เป็นฝ่ายผิดสัญญา 2.เอกชนเป็นฝ่ายผิดสัญญา 3.เกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือเหตุผ่อนผัน และ 4.เลิกด้วยเหตุการใช้อำนาจรัฐบาลเพื่อประโยชน์สาธารณะ
“กรณีนี้เอกชนอ้างสิทธิตามข้อ 6.2 เนื่องจากไม่สามารถรับบัตร BOI ได้ครบถ้วนตามเงื่อนไขจึงยื่นขอเจรจาสิ้นสุดสัญญาร่วมทุน ซึ่งเป็นเงื่อนไขการสิ้นสุดสัญญากรณียังไม่ออกหนังสือ NTP ต่างกับเงื่อนไขข้อ 3 สิ้นสุดสัญญาตามเงื่อนไขของการบอกเลิกสัญญาที่จะเกิดขึ้นกรณีหลังออก NTP เริ่มงานก่อสร้างแล้ว”
จับตาเจรจาจ่ายชดเชยให้ CP
นายอนันต์ กล่าวว่า หาก กพอ.มีมติสิ้นสุดสัญญาร่วมทุน รฟท.ต้องหารือความเสียหาย และการลงทุนที่เกิดขึ้นแล้วแต่ละฝ่าย เพื่อเจรจาการชดเชยที่เกิดขึ้นจริง โดย รฟท.ช่วงที่ผ่านมาใช้งบประมาณลงทุนเวนคืนที่ดินไปแล้ว ขณะที่ทางภาคเอกชนแจ้งว่าได้ลงทุนเบื้องต้นเกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรลลิงก์
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ทั้ง CP และ รฟท.ลงทุนหลายส่วนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดังนี้
1.CP ออกมาชี้ถึงการลงทุนไปแล้ว 12,000 ล้านบาท โดยเฉพาะการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ซึ่ง CP ได้รับสิทธิบริหารตั้งแต่เดือนต.ค.2564 และสัญญาเดินรถของ CP จะสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.2569
2.การลงทุนของ รฟท.ส่วนใหญ่เป็นค่าเวนคืนที่ดิน โดย ครม.วันที่ 30 มี.ค.2564 มีมติอนุมัติกรอบวงเงิน 5,740 ล้านบาท
แหล่งข่าวกล่าวว่า การลงทุนของ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด หากสิ้นสุดสัญญาร่วมทุนต้องได้รับการเยียวยาหรือไม่ เบื้องต้น รฟท. กำลังตรวจสอบตัวเลขที่ชัดเจนร่วมกับฝ่ายการเงิน โดยพบว่ามีตัวเลขค่าใช้จ่าย และรายได้ที่ต้องนำมาหักลบกัน รวมถึงดอกเบี้ย ดังนั้นขณะนี้ต้องรอการสรุปตัวเลขที่แน่นอนอีกครั้ง
เล็งให้ CP บริหารแอร์พอร์ต ลิงก์ ต่อ
นายอนันต์ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญหากสิ้นสุดสัญญาร่วมทุนต้องเจรจาการบริหารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรลลิงก์ เนื่องจากสัญญาร่วมลงทุน และการบริหารแอร์พอร์ต ลิงก์ เกี่ยวพันกัน หากสัญญาหลักสิ้นสุดลงจะทำให้สิทธิการบริหารเดินรถสิ้นสุดด้วย
ทั้งนี้ รฟท.เตรียมแผนรองรับไม่ให้กระทบผู้ใช้บริการ โดยอาจเจรจากับเอกชนหาแนวทางไม่ให้การเดินรถได้รับผลกระทบ แต่จะจ้างให้เอกชนบริหารต่อระยะเวลาหนึ่งหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่สรุปเพราะต้องพิจารณาข้อกฎหมาย
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การให้ CP มาบริหารต่อชั่วคราวช่วงรอยต่อการเลิกสัญญาเป็นทางเลือกดีที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบการใช้บริการของประชาชน
หาข้อสรุปยึดแบงก์การันตี CP
แหล่งข่าวจาก สกพอ.ระบุว่า บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ได้วางหลักประกันหรือแบงก์การันตี ในสัญญาร่วมทุนไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบินไว้หลักหลายพันล้านบาท
รวมทั้งได้แจ้งว่ามีการลงทุนส่วนของงานระบบรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรลลิงก์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากมีการสิ้นสุดสัญญาร่วมทุนคงต้องหารือร่วมกับ รฟท.ว่ามีรายการลงทุนที่เกิดขึ้นจริงเท่าไร และเหตุของการสิ้นสุดสัญญาทำให้เกิดความเสียหายหรือไม่ และขัดกับเงื่อนไขในสัญญาเป็นเหตุให้ยึดแบงก์การันตีหรือไม่
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





