วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม 2569

Login
Login

BOI คุมเข้ม Data Center ตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง สกัดก่อนยื่นลงทุน

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2569 ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน ได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการขนาดใหญ่จำนวน 9 โครงการ มูลค่ารวม 66,320 ล้านบาท

ครอบคลุมอุตสาหกรรมอาหาร ขนส่งทางอากาศ วัสดุอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล (Data Hosting) และพลังงานหมุนเวียน ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ สร้างงานที่มีคุณค่า และเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมเป้าหมาย

พร้อมเห็นชอบปรับปรุงองค์ประกอบ และขยายอำนาจหน้าที่ “คณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุน” ครอบคลุมการกลั่นกรองโครงการ Data Center โดยจะพิจารณาทั้งพลังงาน ทรัพยากรน้ำ สิ่งแวดล้อม การสร้างประโยชน์แก่ประเทศ และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพื่อรองรับการลงทุนอุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมสร้างความชัดเจน และความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั่วโลก 

BOI คุมเข้ม Data Center ตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง สกัดก่อนยื่นลงทุน

เคาะ 9 โครงการ มูลค่า 66,320 ล้านบาท

ทั้งนี้ บอร์ดบีโอไอได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการขนาดใหญ่จำนวน 9 โครงการ รวมมูลค่า 66,320 ล้านบาท ประกอบด้วย

  • บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ผู้นำอุตสาหกรรมอาหาร และเครื่องดื่มจากสวิตเซอร์แลนด์ จะลงทุนผลิตกาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟผงปรุงสำเร็จ และกาแฟพร้อมดื่มภายใต้แบรนด์เนสกาแฟ (NESCAFÉ) รองรับความต้องการของตลาดทั้งใน และต่างประเทศ มูลค่าลงทุน 22,935 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ  
  • บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 14,326 ล้านบาท เพื่อขยายกิจการขนส่งทางอากาศ โดยการเช่าเครื่องบินโดยสาร จำนวน 8 ลำ รองรับการให้บริการเส้นทางการบินระหว่างประเทศ
  • บริษัท ดาต้าเซคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ Datasection Inc. ผู้นำด้านศูนย์ข้อมูล และเทคโนโลยี AI ของญี่ปุ่น จะลงทุนในกิจการจัดเก็บ และประมวลผลข้อมูล (Data Hosting) มูลค่าลงทุน 7,831 ล้านบาท โดยจะติดตั้ง GPU Server สมรรถนะสูงในศูนย์ข้อมูลที่จังหวัดปทุมธานี และกรุงเทพฯ เพื่อรองรับบริการด้าน AI และธุรกิจดิจิทัล 
  • บริษัท ดูซาน อิเลคโทร-แมททีเรียลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ในเครือ Doosan Corp. หนึ่งในแชโบลของเกาหลี และเป็นผู้นำอันดับ 1 ของโลกในกลุ่ม Non-Flow Prepreg จะลงทุนผลิต Prepreg และ Copper Clad Laminate (CCL) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิต PCB มูลค่าลงทุน 6,000 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ 
  • บริษัท ไต้หวัน ยูเนี่ยน เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในผู้นำด้านการผลิตวัตถุดิบสำหรับ PCB ที่ใช้ใน AI Server และ Data Center จากไต้หวัน จะลงทุนผลิต Prepreg และ Copper Clad Laminate (CCL) มูลค่าลงทุน 6,300 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี 
  • บริษัท ฟูลเทค ไฟเบอร์ กลาส (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตผ้าใยแก้ว (Glass Fiber Fabric) รายใหญ่จากไต้หวัน จะลงทุนผลิตผ้าใยแก้วซึ่งเป็นวัตถุดิบสำหรับ Copper Clad Laminate (CCL) ที่จะนำไปผลิตเป็น PCB ต่อไป มูลค่าลงทุน 3,310 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา 
  • บริษัท ลมรักษ์ กรีนเอ็นเนอร์จี จำกัด ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม จำนวน 2 โครงการ กำลังผลิตรวม 120 เมกะวัตต์ มูลค่าลงทุนรวม 5,618 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดลพบุรี   

เร่งกำหนดทิศทาง-กลั่นกรองโครงการ Data Center

นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้ปรับปรุงองค์ประกอบ และขยายอำนาจหน้าที่ของ “คณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุน” เป็น “คณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุน และกลั่นกรองโครงการ Data Center” โดยมี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน บีโอไอ และสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เป็นฝ่ายเลขานุการร่วม

เพื่อให้ครอบคลุมถึงการกลั่นกรองโครงการ Data Center โดยจะพิจารณาอย่างรอบด้านในทุกมิติ ก่อนที่ผู้ลงทุนจะยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน ทั้งด้านพลังงาน ทรัพยากรน้ำ สิ่งแวดล้อม การสร้างประโยชน์แก่ประเทศ รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการทรัพยากรของประเทศมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างยั่งยืน

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุน ซึ่งได้มีการประชุมไปเมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา โดยได้กำหนดกรอบการดำเนินงานเร่งด่วน 7 ด้าน ได้แก่

การกำหนดประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่สำหรับ Data Center เพื่อกำหนดอัตราค่าไฟเป็นการเฉพาะให้สะท้อนต้นทุนการจัดหาพลังงานอย่างเหมาะสม,

  • การกำหนดสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดให้สอดคล้องกับแผนประเทศ,
  • การส่งเสริมการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดผ่านกลไก Direct PPA,
  • การจัดทำหลักเกณฑ์การวางหลักประกันการใช้ไฟฟ้า,
  • การศึกษารูปแบบการจำหน่ายไฟฟ้าแรงสูงโดยตรงแก่ Data Center รายใหญ่
  • การเร่งลงทุนโครงข่ายไฟฟ้า
  • การจัดทำ Power & Water Map เพื่อประกอบการพิจารณากำหนดพื้นที่ ที่เหมาะสม 

"บีโอไอให้ความสำคัญทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อเตรียมพร้อมปัจจัยรองรับการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะการลงทุนอุตสาหกรรมดิจิทัล AI เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งมีแนวโน้มลงทุนมากขึ้นทำให้ต้องการพลังงาน และน้ำสูงตามไปด้วย ภาครัฐต้องร่วมบริหารจัดการทรัพยากร รวมถึงการวางแผนพัฒนาพื้นที่ให้เหมาะสม ควบคู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนระยะยาว" นายนฤตม์ กล่าว
 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์