วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘เอกนิติ’ เผยสั่งเลขาฯ ก.ล.ต. เร่งติดตามกรณี ‘สุภาพร พิมพงษ์’ บุคคลปริศนา โผล่ถือหุ้นหลายบริษัท

‘เอกนิติ’ เผยสั่งเลขาฯ ก.ล.ต. เร่งติดตามกรณี ‘สุภาพร พิมพงษ์’ บุคคลปริศนา ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หลายบริษัทในไทยตลาดหุ้นไทย ย้ำต้องทำเรื่องนี้ให้เกิดความโปร่งใสให้ได้ หวั่นกระทบเชื่อมั่นนักลงทุน

วันนี้ (8 ก.ค.69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง ได้กำชับเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ  ก.ล.ต. ให้เร่งตรวจสอบ กรณีการแจ้งการถือหุ้นของนางสาวสุภาพร พิมพงษ์  และให้ดำเนินการให้เกิดความโปร่งใส

เพราะเป็นเรื่องที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และกระทบต่อการทำหน้าที่ของ ก.ล.ต.ด้วย

ทั้งนี้ "กรุงเทพธุรกิจ" เปิดเผยว่าตามข้อมูลที่ปรากฏ “สุภาพร พิมพงษ์” ได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มเติมของ TRUE เมื่อ 15 มิ.ย.2569 สัดส่วน 3.2174% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมด ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศคือ UBS Group AG ซึ่งเมื่อรวมกับหุ้นเดิมที่ถืออยู่แล้ว ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นรวมขยับขึ้นไปแตะระดับ 7.0992% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท ส่งผลให้ดันขึ้นแท่นเป็นหนึ่งใน “ผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 6” ของ TRUE โดยทันที 

ประเด็นดังกล่าวยิ่งสร้าง “ความสับสน” ให้กับนักลงทุนทันที เมื่อบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้มีหนังสือแจ้งไปยังบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) และนักลงทุนสถาบัน (กองทุน) ระบุว่า จากการตรวจสอบของบริษัท ไม่พบข้อเท็จจริงที่สอดคล้องกับข้อมูลดังกล่าว และไม่พบข้อมูลที่ยืนยันว่ามีการถือครองหุ้นหรือธุรกรรมซื้อขายหุ้นตามที่ปรากฏในแบบรายงาน จึงได้ประสานให้สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนแล้ว  

ทั้งนี้ หากลองคำนวณจากราคาหุ้นในช่วงนั้น พบว่า “มูลค่าหุ้น” ที่ “สุภาพร” ถือครองทั้งหมดจะสูงกว่า “3 หมื่นล้านบาท” ซึ่งถือเป็นพอร์ตขนาดที่ใหญ่มากสำหรับนักลงทุนบุคคลธรรมดาเพียงรายเดียว

 

ประเด็นดังกล่าวยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการปรากฏข้อมูลดังกล่าวได้ โดยอาจเกิดจากความคลาดเคลื่อนในการยื่นข้อมูล ความผิดพลาดของเอกสาร หรือสาเหตุอื่นที่ต้องรอผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทว่า ปฏิกิริยาแรกของ “นักลงทุน” ในตลาดทุนไทยต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้เกิดคำถามถึง “ความน่าเชื่อถือของระบบเปิดเผยข้อมูล” ของ ก.ล.ต. เนื่องจากแบบรายงาน 246-2 เป็นข้อมูลสำคัญที่นักลงทุนใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียน และอาจส่งผลต่อการประเมินสถานการณ์ และการตัดสินใจลงทุน

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์