วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม 2569

Login
Login

ไขปมนโยบายรัฐ “เอกนิติ” เปิดเพจทางการ ช่องทางคุยตรงประชาชน

ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาเมื่อนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สร้างช่องทางสื่อสารใหม่โดยเปิดหน้าเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา เพื่อใช้เป็นพื้นที่อธิบายแนวคิดการทำงานให้สาธารณชนรับทราบโดยตรง

ล่าสุด คืนวันที่ 5 ก.ค. 2569 นายเอกนิติ ได้ประเดิมโพสต์ข้อความแรก โดยวิเคราะห์อย่างตรงไปตรงมาว่า โครงสร้างเศรษฐกิจไทยเปราะบางและโตต่ำมานาน เปรียบเหมือน "คนป่วยโรคมะเร็งเรื้อรัง" ที่ยังรักษาไม่หาย มิหนำซ้ำในช่วงที่ตนเข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือน เม.ย. 2569 ประเทศยังต้องเผชิญโรคแทรกซ้อนจากวิกฤตราคาพลังงานโลก ซึ่งลุกลามเป็นวิกฤตปากท้องของประชาชน

ท่ามกลางข้อจำกัดด้านงบประมาณ นายเอกนิติได้วางยุทธศาสตร์ "5T" เพื่อพลิกฟื้นประเทศ ประกอบด้วย Target, Transition, Transform, Transparency และ Together โดยแบ่งการทำงานเป็น 3 ระยะที่เข้าใจง่าย ดังนี้

1. ประคองระยะสั้น: ตรึงพลังงาน-ชะลอผลกระทบ

นายเอกนิติ ระบุว่า ไทยนำเข้าน้ำมันเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน รัฐบาลจึงต้องใช้ "กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง" เป็นกันชน เพื่อไม่ให้ราคาน้ำมันผันผวนจนกระทบค่าครองชีพ การเลือกใช้เครื่องมือนี้ช่วยรักษาวินัยการคลังของประเทศไว้ได้ ทำให้ไทยรอดพ้นจากภาวะเงินทุนไหลออกเหมือนบางประเทศเพื่อนบ้าน

ผลที่ตามมาคือ ต่างชาติยังเชื่อมั่นและนำเงินเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยจนดัชนี SET ขึ้นมาแตะระดับเฉียด 1,600 จุด ควบคู่ไปกับการอัดฉีดมาตรการเยียวยาภาคขนส่ง เมื่อวันที่ 11 เม.ย. รวมทั้งมาตรการไทยช่วยไทยพลัส เพื่อต่อลมหายใจให้รายย่อย

2. เปลี่ยนผ่านระยะกลาง: ไขปมกู้ 2 แสนล้าน

ประเด็นร้อนที่สังคมจับตาคือ การออก พ.ร.ก.เงินกู้ฯ 2 แสนล้านบาท นายเอกนิติ ระบุให้เห็นภาพว่า ในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. วิกฤตน้ำมันแพงทำให้ไทยต้องควักเงินตราต่างประเทศออกไปจ่ายค่าน้ำมันและก๊าซมหาศาล ส่งผลให้ "ดุลบัญชีเดินสะพัด" ซึ่งเป็นเครื่องชี้วัดรายได้-รายจ่ายสุทธิจากการค้าระหว่างประเทศ พลิกกลับมาขาดดุลเกือบ 5 แสนล้านบาทในเวลาแค่ 2 เดือน

หากปล่อยให้สถานการณ์ลากยาว ประเทศจะเสี่ยงต่อวิกฤตขาดดุลซ้ำรอยอดีต เงินกู้ 2 แสนล้านบาทจึงไม่ใช่การสร้างหนี้สูญเปล่า แต่เป็นตัวเร่งให้ไทยเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเร็วขึ้น ทั้งการใช้รถอีวี (EV) ในระบบขนส่งสาธารณะ การอุดหนุนประชาชนติดโซลาร์เซลล์พร้อมรับซื้อไฟคืน และการอัปเกรดระบบสายส่งอัจฉริยะ (Smart Grid) ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยลดการนำเข้าน้ำมัน สร้างความมั่นคงในระยะยาว

ไขปมนโยบายรัฐ “เอกนิติ” เปิดเพจทางการ ช่องทางคุยตรงประชาชน

3. พลิกโฉมระยะยาว: ดัน FDI 9 แสนล้าน ปลุกรอบเครื่องยนต์ลงทุน

นายเอกนิติ ระบุว่า หนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างของไทยคือการลงทุนที่น้อยเกินไปทั้งจากภาครัฐและเอกชน โดยรัฐบาลได้ประกาศให้ปี 2569 เป็น "ปีแห่งการลงทุน" ตั้งเป้าดันสัดส่วนการลงทุนต่อจีดีพีให้กลับไปแตะระดับ 30% พร้อมใช้กลไก "Thailand FastPass" เร่งรัดการลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI) ซึ่งคาดว่าจะดึงเม็ดเงินจริงเข้าสู่ระบบได้ถึง 9 แสนล้านบาทภายในปีนี้

อย่างไรก็ตาม นายเอกนิติ ย้ำจุดยืนสำคัญว่า ตัวเลขเม็ดเงินไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่หัวใจคือเม็ดเงินเหล่านี้ต้องสร้างประโยชน์ ดึงธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่การผลิต (Supply Chain) ของโลก และต้องยกระดับทักษะแรงงานไทยได้จริง ซึ่งโจทย์นี้จะถูกใช้เป็นเกณฑ์ใหม่ในการให้สิทธิประโยชน์ของบีโอไอ (BOI)

ในตอนท้าย รองนายกฯ ย้ำถึงความโปร่งใส (Transparency) ในการทำงาน โดยชูการเปิดถ่ายทอดสด การประชุมกรรมาธิการงบประมาณเป็นก้าวแรกของการปฏิรูประบบการคลัง พร้อมทิ้งท้ายว่า แม้การตัดสินใจเชิงนโยบายจะไม่สามารถถูกใจคนทุกคนได้ แต่หากยึดประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง ผลสัมฤทธิ์ในระยะยาวจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ถือเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกเพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากทั้งภาคประชาชนและนักลงทุนได้อย่างน่าสนใจ