วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม 2569

Login
Login

กองทุนน้ำมัน ติดลบ 5.7 หมื่นล้าน จับตาหลังนายกฯ สั่งหั่นราคา

สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีทิศทางลดลงหลังจากราคาน้ำมันดิบยังคงทรงตัวในแดนลบจากสัญญาณของภาวะอุปทานส่วนเกิน (น้ำมันล้นตลาด) ที่เพิ่มขึ้น โดยน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส West Texas Intermediate (WTI) ซื้อขายต่ำกว่า 69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเช้าวันที่ 7 ก.ค.2569

ในขณะที่การจำหน่ายน้ำมันสำเร็จรูปขายปลีกในไทยมีทิศทางราคาลดลงในช่วงที่ผ่านมา แต่เป็นระดับที่ยังต้องพิจารณาสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งสถานะวันที่ 5 ก.ค.2569 ติดลบ 57,362 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 18,091 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบ 39,271 ล้านบาท 

ทั้งนี้สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เคยเป็นบวกในช่วงก่อนที่สหรัฐ อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2569 โดยสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงวันที่ 22 ก.พ.2569 เป็นบวก 2,385 ล้านบาท โดยบัญชีน้ำมันเป็นบวกถึง 40,374 ล้านบาท แต่บัญชี LPG ติดลบ 37,989 ล้านบาท 

ขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังการโจมตีดังกล่าว โดยเฉพาะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งให้ตรึงราคาดีเซล 30 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 15 วัน ในช่วงแรกของสงคราม ซึ่งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเริ่มติดลบตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ.2569

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ไปหาทางในการลดราคาขายปลีกน้ำมันลงให้ได้ เหตุผลคือประชาชนทั่วไปได้รับทราบราคาน้ำในตลาดโลกได้ลดลงแล้วและราคาอยู่ในระดับที่ทรงตัวราคาขายปลีกในประเทศก็สมควรที่จะลดลง 

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานต้องนึกถึงค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน และต้นทุนของผู้ประกอบการที่ทำมาหากินเป็นหลัก รัฐบาลจึงมีนโยบายที่จะลดค่าน้ำมันลงให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

“ผมก็แค่บอกกับรัฐมนตรีพลังงาน ในฐานะผู้บริหารว่าตอนราคาในตลาดโลกขึ้น เราก็ไปขอประชาชนขึ้น ตอนนี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกลงแล้ว เราก็ไม่ต้องไปขอประชาชนในการลดราคาลงก็ลงให้เขาไปเลย ลงทันที และลงให้เป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่ค่อยๆปรับลง ซึ่งรัฐมนตรีพลังงานก็ได้รับนโยบายในเรื่องนี้ไป” นายอนุทิน กล่าว

นายกฯสั่งลดราคาน้ำมันทันที

ส่วนประเด็นกรอบระยะเวลาในการลดราคาน้ำมัน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีกรอบเวลา แต่กระทรวงพลังงานต้องไปทำงานซึ่งมีกลไกในการประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายไปแล้วว่าราคาต้องลดลง ซึ่งคิดว่ารัฐมนตรีจะกลับมาแล้วบอกว่าไม่ลดราคาหรือไม่

นอกจากนี้ กรณีของราคาอาหารจะให้กระทรวงพาณิชย์ดูแลอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ทราบเรื่องนี้แล้วและต้องไปดำเนินการ โดยรัฐบาลมีนโยบายที่จะลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนในการดำรงชีวิตประจำวัน โดยในเรื่องของการลดราคาน้ำมันจะมีผลในเรื่องที่ทำให้ราคาสินค้าต่างๆลดลง 

ส่วนนโยบายของเรื่องการทำสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด การตรึงราคาสินค้าต่างๆก็ต้องดำเนินต่อไป นอกจากนี้ในเรื่องของโครงการไทยช่วยไทยพลัสก็จะช่วยในเรื่องของการลดค่าครองชีพได้บ้าง

ขณะที่หากอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงอยู่ นโยบายเศรษฐกิจที่ต้องทำควรเป็นอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้รัฐบาลต้องดำเนินนโยบายต่างๆ เราไม่ได้มองเป็นจุดเดียว แต่ต้องดูถึงคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกมิติ

กบน.ลดราคาดีเซล 2.56 บาท

รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงานระบุว่า คณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ประชุมในช่วงเย็นวันที่ 7 ก.ค.2569 มีมติปรับราคากลุ่มน้ำมันดีเซล ลดลง 2.56 บาทต่อลิตร กลุ่มน้ำมันเบนซินทุกชนิด ลดลง 2.51 บาทต่อลิตร มีผลวันที่ 8 ก.ค.2569

นายเอกนัฏ กล่าวก่อนการประชุม กบน.ว่า ได้รับข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรีหลังการประชุม (ครม.) ให้เร่งดำเนินมาตรการปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ 

สำหรับการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และ กบน.เป็นการลดราคาเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่ปรับลดลง เพื่อให้ราคาภายในประเทศสะท้อนต้นทุนที่ลดลง และให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องรอการอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปจากตลาดสิงคโปร์ หากต้นทุนน้ำมันดิบได้ปรับลดลงแล้ว