วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม 2569

Login
Login

เกษตรกรกู้สูงสุด 1 แสนบาท รัฐบาลช่วยจ่ายดอกเบี้ยคนละครึ่ง

เมื่อเร็วๆนี้ ในโอกาสเปิดตัว “โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งเพื่อลดต้นทุนการผลิต” ณ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. พระนครศรีอยุธยา จำกัด อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน

สำหรับโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งเพื่อลดต้นทุนการผลิต มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในการยกระดับภาคการเกษตรไทยจาก “เกษตรแบบดั้งเดิม” สู่ “เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง และเกษตรยั่งยืน” โดยอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ผ่านความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และหน่วยงานภาคี เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำ ควบคู่กับการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการต้นทุน การใช้ปัจจัยการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการทำการเกษตร เพื่อเพิ่มรายได้ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคการเกษตรไทย

สำหรับโครงการดังกล่าวเปิดโอกาสให้เกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง สามารถกู้เงินได้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ย 3% ต่อปี และเกษตรกรชำระดอกเบี้ย 3% ต่อปี เมื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ พร้อมเข้ารับการพัฒนาทักษะ (Reskill/Upskill)จาก ธ.ก.ส. และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ใช้เงินกู้จัดซื้อปุ๋ยผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ และใช้เมล็ดพันธุ์หรือพันธุ์พืชที่ได้รับการรับรองมาตรฐานตามคำแนะนำของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้การใช้เงินกู้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและนำไปสู่การลดต้นทุนการผลิต

 โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เตรียมวงเงินรองรับไว้สูงถึง 30,000 ล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี (เงื่อนไขโครงการระยะเวลาชำระคืนต้องชำระคืนภายใน 12 เดือน โครงการสิ้นสุดวันที่ 30 เม.ย. 2572) เพื่อเปิดทางให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ สำหรับนำไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนและจัดซื้อปัจจัยการผลิต โดยมีโครงสร้างทางการเงินที่น่าสนใจ ดังนี้

      ส่วนคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขหลัก ดังนี้ 1.เป็นลูกค้า ธ.ก.ส. และขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานรัฐเรียบร้อยแล้ว

2.ปลูกพืชเศรษฐกิจเป้าหมาย 7 ชนิด ได้แก่ ข้าว, ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, ปาล์มน้ำมัน, มันสำปะหลัง, ยางพารา, อ้อย และผลไม้

3.ต้องผ่านการอบรมเพื่อพัฒนาทักษะ (Reskill/Upskill) ด้านการลดต้นทุน เช่น การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน 4.นำเงินกู้ไปซื้อปุ๋ยผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน หรือแหล่งที่ ธ.ก.ส. กำหนด พร้อมทั้งใช้เมล็ดพันธุ์ที่ได้มาตรฐานตามที่กระทรวงเกษตรฯ แนะนำ โดยกระทรวงพาณิชย์จะเข้ามาดูแลควบคุมราคาให้เป็นธรรม 5.รับรายได้จากการขายผลผลิตผ่านบัญชี ธ.ก.ส. และยินยอมให้ธนาคารหักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝากดังกล่าว

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในส่วนโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2567/68 หรือโครงการสนับสนุนไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 10 ไร่ เพื่อช่วยเสริมความพร้อมให้เกษตรกรในรอบการผลิต

พบว่า โครงการสามารถ โอนเงินสนับสนุนถึงมือเกษตรกร 4.515 ล้านครัวเรือน หรือ 99.98% ของเป้าหมาย คิดเป็น วงเงินสนับสนุน 36,716.44 ล้านบาท ครอบคลุม พื้นที่ได้รับเงินสนับสนุน 36.71 ล้านไร่ พบว่า ค่าใช้จ่ายในการผลิตข้าวลดลงเฉลี่ย 463.02 บาทต่อไร่ หรือ 12.22% ขณะที่ ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 79.29 กิโลกรัมต่อไร่ หรือ 16.85% และ มูลค่าผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1,898.50 บาทต่อไร่ หรือ 38.46%