ขยับทัพแก้ปัญหารากหญ้าแบบบูรณาการเมื่อ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อลุยตรวจความคืบหน้าการบริหารจัดการน้ำและรับฟังเสียงสะท้อนจากเกษตรกรในอำเภอป่าแดดและอำเภอพาน โดยส่งสัญญาณเร่งรัดกรมชลประทานให้ผลักดัน 3 โครงการใหญ่ ทั้งประตูระบายน้ำบ้านร่องเปา ประตูระบายน้ำบ้านแม่หนาด และระบบส่งน้ำ
หวังพลิกฟื้นพื้นที่การเกษตรกว่า 20,000 ไร่ให้รอดพ้นจากวิกฤตภัยแล้ง และน้ำท่วมซ้ำซาก ควบคู่ไปกับการจัดตั้งแผนฝึกทักษะอาชีพเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้พี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผย ในการลงพื้นที่ ติดตามการบริหารจัดการน้ำและความคืบหน้าโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านร่องเปา พร้อมรับฟังปัญหาจากเกษตรกรในพื้นที่ โดยมีคณะผู้บริหาร ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่นเข้าร่วม ณ อาคารศิริวัฒน์ ต.ป่าแงะ อ.ป่าแดด จ.เชียงราย ว่า
รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่ เพราะนโยบายที่ดีต้องเริ่มจากการรับฟังประชาชนและการแก้ปัญหาที่แท้จริงต้องลงมือทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมเดินหน้าสนับสนุนพี่น้องเกษตรกรอย่างเต็มที่ ทั้งการบริหารจัดการน้ำ การลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ยกระดับคุณภาพสินค้า และสร้างโอกาสทางการตลาด เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานที่ลงพื้นที่พร้อมกันในครั้ง จะช่วยเสริมทักษะอาชีพและความมั่นคงด้านแรงงาน เพื่อให้การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนเดินหน้าไปพร้อมกัน
ทั้งนี้ เกษตรกรในพื้นที่ได้เสนอขอรับการสนับสนุนโครงการประตูระบายน้ำบ้านร่องเปาพร้อมระบบส่งน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุน เนื่องจากปัจจุบันฝายร่องเปาเกิดการชำรุดจากการกัด เซาะของกระแสน้ำ ทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งขณะนี้ กรมชลประทาน ได้บรรจุโครงการดังกล่าวไว้ในแผนงานระยะปานกลาง (MTEF) ปี พ.ศ. 2571 แล้ว โดยโครงการประกอบด้วยการก่อสร้างประตูระบายน้ำพร้อมระบบส่งน้ำ ความยาวรวมประมาณ 34 กิโลเมตร หากดำเนินการแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ และมีพื้นที่ ได้รับประโยชน์กว่า 18,700 ไร่
จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังอาคารหอประชุมเทศบาลตำบลเมืองพาน อ.พาน จ.เชียงราย เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำและรับฟังปัญหาจากเกษตรกรในพื้นที่
ทั้งนี้ เกษตรกรได้เสนอให้กระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบชลประทานในพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งและบรรเทาอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ผ่านโครงการสำคัญ ได้แก่
โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านแม่หนาดพร้อมระบบส่งน้ำ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนพื้นที่การเกษตรกว่า 800 ไร่ โครงการปรับปรุงระบบส่งน้ำคลองซอย 3 La-RMC ในพื้นที่ตำบลสันกลาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่การเกษตร 1,650 ไร่ ซึ่งทั้ง 2 โครงการ กรมชลประทาน ได้บรรจุ ในแผนงานระยะปานกลางแล้ว รวมถึงโครงการก่อสร้างคลองส่งน้ำและฝายน้ำล้นในพื้นที่ตำบลทานตะวัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บ กระจายน้ำ และป้องกันปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่
นายสุริยะ ยังระบุอีกว่า จากการรับฟังปัญหาและความต้องการของพี่น้องประชาชน ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการน้ำและการปฏิบัติการฝนหลวง โดยมอบหมายให้กรมชลประทานเร่งผลักดันโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ทั้งโครงการประตูระบายน้ำและระบบส่งน้ำ ควบคู่กับการขุดลอกและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำสำหรับการเกษตรและการอุปโภคบริโภค
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ยังได้สั่งการให้กรมฝนหลวงฯ ติดตามสภาพอากาศและปฏิบัติการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มน้ำต้นทุน บรรเทาภัยแล้ง และลดผลกระทบจากไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานและเร่งรัดการดำเนินโครงการ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์โดยเร็ว
“การบริหารจัดการน้ำถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาภาคการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำ การกระจายน้ำ และการป้องกันความเสียหายจากภัยธรรมชาติ ทั้งนี้ ข้อเสนอของพี่น้องประชาชนทุกเรื่องคือข้อมูลสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานของรัฐบาล ผมขอยืนยันว่า กระทรวงเกษตรฯ จะเร่งผลักดันให้ทุกปัญหาได้รับการแก้ไข เพื่อให้พี่น้องประชาชนและเกษตรกรมีน้ำกินน้ำใช้ตลอดทั้งปีอันจะส่งผลให้มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ มีรายได้ที่เพียงพอ และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน”


