กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กางตัวเลขความสำเร็จโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว หรือมาตรการ “แจกเงินไร่ละ 1,000 บาท” (ไม่เกินครัวเรือนละ 10 ไร่) โดยเผยว่าสามารถอัดฉีดเม็ดเงินตรงเข้าบัญชีชาวนาไทยได้แล้วกว่า 4.5 ล้านครัวเรือน ซึ่งผลลัพธ์หลังได้เงินทุนหมุนเวียนพบว่าสามารถดัดหลังต้นทุนการผลิตให้ดิ่งลงเฉลี่ย 463 บาทต่อไร่ ในขณะที่ผลผลิตข้าวดีดตัวพุ่งทะยานเพิ่มขึ้น 16% ถือเป็นการเสริมสภาพคล่องที่จับต้องได้จริงและช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอู่ข้าวอู่น้ำไทยได้อย่างยั่งยืน
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร( สศก.) โดยศูนย์ประเมินผล ร่วมกับ กรมการข้าว ได้ประเมินโครงการ สนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2567/68 หรือโครงการสนับสนุนไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 10 ไร่ พบว่า โครงการสามารถ โอนเงินสนับสนุนถึงมือเกษตรกร 4.515 ล้านครัวเรือน หรือร้อยละ 99.98 ของเป้าหมาย คิดเป็น วงเงินสนับสนุน 36,716.44 ล้านบาท ครอบคลุม พื้นที่ได้รับเงินสนับสนุน 36.71 ล้านไร่ สะท้อนว่าระบบการดำเนินงานสามารถเข้าถึงเกษตรกรได้อย่างครอบคลุม
นอกจากนี้ เงินสนับสนุนมีส่วนช่วยให้เกษตรกรจัดหาปัจจัยการผลิตที่จำเป็นได้มากขึ้น เช่น ปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืช การเตรียมดิน และเมล็ดพันธุ์ ทำให้ดูแลแปลงนาได้ดีขึ้น โดยพบว่า ค่าใช้จ่ายในการผลิตข้าวลดลงเฉลี่ย 463.02 บาทต่อไร่ หรือร้อยละ 12.22
ขณะที่ ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 79.29 กิโลกรัมต่อไร่ หรือร้อยละ 16.85 และ มูลค่าผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1,898.50 บาทต่อไร่ หรือร้อยละ 38.46 เมื่อประเมินประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยรวม จากค่าใช้จ่ายในการผลิตข้าวที่ลดลง และมูลค่าผลผลิตข้าวที่เพิ่มขึ้น
โดยโครงการนี้ก่อให้เกิด ประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยรวมประมาณ 57,473.48 ล้านบาท หรือประมาณ 1.57 เท่าของวงเงินสนับสนุนโครงการ ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจได้รับผลจากปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น สภาพอากาศ ราคาข้าวในตลาด และการบริหารจัดการของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่
“ผลการประเมินครั้งนี้สะท้อนว่า มาตรการของภาครัฐสามารถช่วยเสริมสภาพคล่องให้เกษตรกรได้อย่างครอบคลุม และมีส่วนช่วยให้เกษตรกรบริหารจัดการการผลิตได้ดีขึ้น กระทรวงเกษตรฯ จะนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้พัฒนามาตรการให้ตอบโจทย์การลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และยกระดับคุณภาพการผลิตข้าวของไทย เพื่อให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งมากขึ้นในระยะต่อไป”
ทั้งนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของภาคเกษตรไทย โดยเฉพาะการช่วยให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียน ลดภาระค่าใช้จ่าย และบริหารจัดการการผลิตได้เหมาะสมกับสถานการณ์
ด้านนายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) และรองโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การประเมินผลโครงการสนับสนุนไร่ละ 1,000 บาทนี้ ได้สำรวจครัวเรือนเกษตรกรตัวอย่าง 16,717 ครัวเรือน ครอบคลุมเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ขึ้นทะเบียนปีการผลิต 2567/68 รอบที่ 1 กับกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อดูผลที่เกิดขึ้นหลังได้รับเงินสนับสนุนผลประเมินในภาพรวม พบว่า ครัวเรือนเกษตรกรร้อยละ 58.09 ระบุว่าโครงการมีส่วนช่วยให้ปริมาณผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น และเกษตรกรมีความพึงพอใจต่อโครงการในระดับมากที่สุด สะท้อนว่าโครงการสามารถตอบสนองความต้องการของเกษตรกร และช่วยลดภาระต้นทุนการผลิตในระยะสั้นได้อย่างเป็นรูปธรรม
สศก. เห็นว่า ระบบบริหารจัดการและการโอนเงินผ่าน ธ.ก.ส. เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงเกษตรกรได้ในระดับสูง จึงควรรักษาระบบดังกล่าวไว้ พร้อมพัฒนาช่องทางรองรับเกษตรกรที่มีข้อจำกัดด้านบัญชี เพื่อให้เกษตรกรที่มีสิทธิสามารถเข้าถึงการสนับสนุนได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
สำหรับแนวทางในระยะต่อไป ควรต่อยอดจากมาตรการช่วยเหลือด้านต้นทุนรายฤดู ไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาว เช่น การปรับปรุงดิน การพัฒนาระบบน้ำ การใช้เครื่องจักรกลร่วมกัน และการจัดทำแนวทางการใช้เงินสนับสนุนให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของแต่ละแห่ง เพื่อให้การสนับสนุนภาครัฐสามารถช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน



