วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

'ปกรณ์' สั่ง ก.พ.เร่ง ‘เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ' ให้เสร็จในปีงบ 70 พร้อมศึกษาใช้ประกันสุขภาพแทนสวัสดิการ

รองนายกฯ ปกรณ์ แจ้งผลประชุมบอร์ด ก.พ. พร้อมลุย ‘เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ’ ตามนโยบายรัฐบาล ให้มีผลในปีงบประมาณ 2570 เล็งเพิ่มเงินเดือนข้าราชการในต่างประเทศ หลังค่าครองชีพพุ่ง

KEY POINTS

  • นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ในฐานะประธาน ก.พ. สั่งเร่งรัดมาตรการให้ข้าราชการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retirement) โดยตั้งเป้าให้มีผลบังคับใช้ภายในปีงบประมาณ 2570
  • มอบหมายให้ทบทวนอัตราเงินเพิ่มสำหรับข้าราชการที่ปฏิบัติงานในต่างประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบัน โดยเฉพาะในญี่ปุ่น
  • มาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อควบคุมขนาดกำลังคนและค่าใช้จ่ายภาครัฐ เนื่องจากงบประมาณด้านบุคลากร ค่ารักษาพยาบาล และบำนาญ มีสัดส่วนสูงกว่า 70%
  • มีการศึกษาแนวทางการนำระบบประกันสุขภาพมาใช้แทนสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการในปัจจุบัน

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ปกรณ์ นิลประพันธ์ - Pakorn Nilprapunt แจ้งผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) โดยได้แจ้งต่อที่ประชุมในฐานะประธาน ก.พ. ว่า ในส่วนมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือ Early Retirement สำหรับข้าราชการนั้น ได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. เร่งดำเนินการให้มีผลในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อแสดงถึงความตั้งใจของรัฐบาลที่จะผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ส่วนในเรื่องสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ขอให้สำนักงาน ก.พ. ร่วมกับกรมบัญชีกลาง และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ศึกษาวิธีการนำระบบ ประกันสุขภาพมาใช้เพื่อทดแทนระบบปัจจุบัน

นายปกรณ์ ยังระบุถึงกรณีสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยงบประมาณรายจ่ายประจำมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของงบบุคลากร ค่ารักษาพยาบาล และบำเหน็จ บำนาญ รวมกันเป็นสัดส่วนมากกว่า 70%

ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการดำเนินมาตรการเพื่อควบคุมขนาดกำลังคนและค่าใช้จ่ายภาครัฐอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการปฏิบัติงาน การปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานราชการบริหารส่วนกลางที่ไปตั้งอยู่ในภูมิภาคเพื่อควบคุมไม่ให้มีการเพิ่มและปรับลดจำนวนลงให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. และสำนักงาน ก.พ.ร. ร่วมกันวางแผนการดำเนินการ ในเรื่องดังกล่าว และนำเสนอ ก.พ. เพื่อพิจารณาต่อไป

ต่อมา ประธาน ก.พ. ยังได้กล่าวถึงกรณีทุจริตการสอบเข้ารับราชการที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่ในปัจจุบัน แม้จะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสำนักงาน ก.พ. แต่เรื่องดังกล่าวก่อให้เกิดทัศนคติเชิงลบแบบเหมารวม ซึ่งส่งผลกระทบถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อระบบราชการอย่างรุนแรง จึงขอให้สำนักงาน ก.พ. ประสานกับสมาคม องค์กร หรือกลุ่มข้าราชการต่าง ๆ ดำเนินการในเชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาศักดิ์ศรีของข้าราชการ พลเรือนในภาพรวมต่อไป

นอกจากนี้ ประธาน ก.พ. ยังได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. ดำเนินการเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบพนักงานราชการเพื่อให้การโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนตำแหน่งมีความยืดหยุ่นและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น รวมถึงการทบทวนอัตราเงินเพิ่มสำหรับข้าราชการที่ประจำอยู่ในต่างประเทศให้มีความสอดล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ซึ่งอัตราค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นมาก