วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'ปกรณ์' สั่ง ก.พ.ศึกษาแผนเออร์รี่รีไทร์ - ปรับเงินเดือน ข้าราชการ ตีตกขยายอายุเกษียณเกิน 60 ปี

“ปกรณ์” สั่ง ก.พ.ศึกษาแผน เออร์ลี่ รีไทร์ ลดขนาดข้าราชการ ปรับเงินเดือนคนอยู่ต่อให้เหมาะสม  เผยตีตกแนวคิดขยายอายุเกษียณระบุแค่ยืดปัญหา-และทำให้คนรุ่นใหม่เติบโตได้ยาก 

KEY POINTS

  • รองนายกฯปกรณ์เปิดเผยว่าได้สั่งการให้สำนักงาน ก.พ. เร่งศึกษาแผนเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retirement) เพื่อลดจำนวนข้าราชการให้เหมาะสมกับยุครัฐบาลดิจิทัล
  • คัดค้านแนวคิดการขยายอายุเกษียณราชการเกิน 60 ปี ชี้ว่าเป็นการยืดปัญหาและปิดกั้นโอกาสของคนรุ่นใหม่ในการเข้ารับราชการ
  • ระยะต่อไปจะเสนอให้ปรับโครงสร้างเงินเดือนและค่าตอบแทนแก่ข้าราชการที่ยังอยู่ในระบบให้สูงขึ้น หลังจากสามารถปรับลดจำนวนคนได้อย่างเหมาะสมแล้ว

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างกำลังคนภาครัฐเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลตามมาตรฐานองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดยระบุว่า ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เร่งจัดทำแผนเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retirement) เพื่อลดจำนวนข้าราชการที่มีจำนวนมากเกินความจำเป็น และไม่สอดคล้องกับลักษณะงานในปัจจุบัน


ส่วนแนวคิดการขยายเกษียณอายุข้าราชการ จากเดิม 60 ปีนั้นนายปกรณ์กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการขยายอายุเกษียณราชการ โดยมองว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการยืดปัญหาออกไป (Prolong) ซึ่งในหลายประเทศที่ดำเนินการไปแล้วมีปัญหาหลังจากดำเนินการไปแล้ว อย่างเดนมาร์กหรือฝรั่งเศส ประสบปัญหาประชาชนออกมาประท้วงอย่างหนักเนื่องจากต้องการใช้ชีวิตหลังเกษียณในขณะที่ยังมีสุขภาพดี ไม่ใช่ทำงานจนกระทั่งเจ็บป่วย 

นอกจากนี้ การขยายอายุเกษียณยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดแรงงาน ทำให้คนรุ่นใหม่ที่จบออกมาไม่สามารถเข้าสู่ระบบราชการได้เพราะไม่มีตำแหน่งว่าง

นอกจากนี้ เหตุผลสำคัญในการลดจำนวนข้าราชการคือในปัจจุบันการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลสามารถทำได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งนายปกรณ์อธิบายว่าระบบกฎหมายไทยแบบเดิมที่เน้นการควบคุม (Control System) ทำให้ต้องใช้คนจำนวนมากในการอนุมัติอนุญาต แต่เมื่อนำเทคโนโลยี Agentic AI และระบบดิจิทัลเข้ามาใช้ กระบวนงานจะกระชับขึ้น ความจำเป็นในการใช้คนจึงลดลง โดยประเทศนิวซีแลนด์ที่สามารถลดจำนวนข้าราชการลงได้ถึง 8,700 คนภายในปีเดียว

สำหรับแนวทางบริหารจัดการในอนาคต รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเมื่อมีการปรับลดจำนวนข้าราชการอย่างเหมาะสม จะสามารถดำเนินการให้มีการปรับโครงสร้างค่าตอบแทนใหม่ให้กับข้าราชการ โดยข้าราชการที่ยังอยู่ในระบบและมีภาระงานที่มากขึ้น ควรได้รับการปรับเพิ่มเงินเดือนหรือค่าตอบแทนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

 

ส่วนผู้ที่เกษียณอายุไปแล้ว รัฐจะวางแผนในการส่งเสริมการจ้างงานในลักษณะใหม่ที่ตรงกับความต้องการของตลาด (Niche Market) เหมือนในประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ใช้ชีวิตในสังคม (Social Life) และมีรายได้โดยไม่ต้องทำงานเต็มเวลาตลอดชีวิต

“เราต้องทำให้จำนวนข้าราชการในประเทศมีจำนวนที่เหมาะสม ไม่มากเกินไป และข้าราชการที่ยังอยู่ในระบบราชการ สามารถอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีตลอดชีวิต ไม่ใช่แค่ตั้งเป้าลดจำนวนคน แต่ต้องมีการ Re-skill ให้ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้ และสร้างระบบที่คนอยู่ต่อมีรายได้ที่เพียงพอและยั่งยืน” นายปกรณ์กล่าว