วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

สรท. ปรับเป้าส่งออกปี 69 โต 8-10% มูลค่า 3.7 แสนล้านดอลลาร์

สรท. ประเมินส่งออกครึ่งปีหลัง 69 ขยายตัวต่อเนื่อง จากแรงหนุนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์  ขยับเป้าส่งออกใหม่ ขยายตัว 8-10% มูลค่า 3.7 แสนล้านดอลลาร์ จากเป้าเดิมเมื่อต้นปี 2-5% จี้รัฐเร่งดูแลค่าบาทอุปสรรคทางการค้าพยุงอุตสาหกรรมในประเทศ คาด กนง. คงดอกเบี้ยทั้งปี

KEY POINTS

  • สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกปี 2569 เป็นเติบโต 8-10% คิดเป็นมูลค่า 3.7 แสนล้านดอลลาร์ จากเป้าหมายเดิมที่ 2-5%
  • การปรับเป้าหมายเป็นผลจากการส่งออก 5 เดือนแรกของปีที่ขยายตัวได้ดีถึง 17% โดยมีกลุ่มสินค้าเทคโนโลยี และอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตสูงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
  • ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจกระทบการส่งออก ได้แก่ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งด้านวัตถุดิบ พลังงาน และค่าขนส่ง รวมถึงความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
  • สรท. เสนอให้ภาครัฐรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก

นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธาน สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวถึงสถานการณ์ส่งออกไทย ว่า เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปได้รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยว การบริโภคภาคเอกชน งบประมาณ 1.7 แสนล้านบาท ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส" ที่เข้ามาช่วยปลุกกำลังซื้อในประเทศได้ส่วนหนึ่ง และการลงทุนภาครัฐ สะท้อนจากตัวเลขส่งออก 4 เดือนแรกที่ขยายตัวได้ดีถึง 18.9%

โดยกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งแรง 48.4% ตามกระแสการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรม AI / Data Center ซึ่งเป็นในทิศทางเดียวกับหลายประเทศทั่วโลกที่การส่งออกโตเกินคาด หากแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ประโยชน์ที่จะส่งผ่านกลับมายังประเทศไทย และเศรษฐกิจไทย ยังไม่สะท้อนภาพที่ชัดเจนนัก การเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเติบโตขึ้นหลายเท่าตัวแต่กระบวนการผลิตยังต้องนำเข้าชิ้นส่วนจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่

ขณะที่อุตสาหกรรมเดิมอื่นๆ ยังอยู่ในภาวะทรงตัว และปรับตัวจากหลายๆ สถานการณ์ที่ผันผวนต่างๆ อีกทั้งผู้ประกอบการต้องรับมือกับความเสี่ยงต้นทุนวัตถุดิบที่แพงขึ้น ภาวะตึงตัวจนแข่งขันได้ยาก

สรท. ปรับเป้าส่งออกปี 69 โต 8-10% มูลค่า 3.7 แสนล้านดอลลาร์

โดยตัวเลขส่งออก เดือนพ.ค.ขยายตัว 10.6% หรือมีมูลค่า 34,333 ล้านดอลลาร์ เป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 23 การนำเข้ามีมูลค่า 40,044.5 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 35.1% ไทยดุลการค้าขาดดุล 5,711.4 ล้านดอลลาร์

ภาพรวม 5 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกมีมูลค่า 162,085.9 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 17%  เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้ามีมูลค่า 187,295.2 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว  35.6% ดุลการค้าขาดดุล 25,209 ล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ สรท.ปรับประมาณการ การส่งออกปี 2569 เติบโตได้อย่างน้อยในอัตราที่ 8-10% มูลค่า 3.7 แสนล้านดอลลาร์จากเป้าเดิมเมื่อต้นปี 2-5%จากอานิสงส์อุตสาหกรรมหลักที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องแม้จะมีอุปสรรครอบด้าน แต่ภาพรวมตลอดทั้งปี 2569 แต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมามีการเร่งนำเข้า (Front-loading) ของประเทศคู่ค้าสำคัญพอสมควร

อย่างไรก็ตาม สรท.ยังมองสถานการณ์ส่งออก ปี 2569 ยังคงมีโอกาสขยายตัวได้มากขึ้น (Best Case) แต่จำเป็นต้องมีการประเมินสถานการณ์ในช่วงไตรมาส 3 และ 4 โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง รวมถึงความต่อเนื่องของความต้องการสินค้าจากประเทศคู่ค้าสำคัญหลายแห่ง

“คาดว่า ตัวเลขส่งออกน่าจะขยายตัวที่ 10-14% เฉลี่ยเดือนละ 30,000 ดอลลาร์ ดังนั้นทั้งปีตัวเลขที่ 8-10% คาดว่าน่าจะเป็นตัวเลขที่สามารถทำได้ แต่ทั้งนี้ค่าเงินบาทต้องเฉลี่ยประมาณ 33.5-34 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องมีมาตรการรักษาสเถียรภาพค่าเงินบาทด้วย แต่ทั้ง สรท.หวังว่า กนง.จะยังคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ในปีนี้” นายธนากร กล่าว

นายธนากร  กล่าวอีกว่า สรท.ให้ความสำคัญ และเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยง และความผันผวนที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูง ทั้งด้านวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าขนส่ง และต้นทุนพลังงาน  ค่าไฟฟ้าที่ยังสูงเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต และการลงทุน ความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย  การเข้าถึงแหล่งสินเชื่อ สถาบันการเงินยังเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อทำให้ SMEs ยังเข้าถึงเงินทุนได้ยาก  ผลผลิตการเกษตร ผลกระทบจาก Super El Nino ส่งผลต่อปริมาณ และคุณภาพผลผลิตขึ้นอยู่กับสภาพอากาศกระทบต่อปริมาณวัตถุดิบ และต้นทุนสินค้าเกษตร และอาหารสูงขึ้น

สำหรับปัจจัยภายนอก เช่น  แนวโน้มเศรษฐกิจโลก และเทรนด์การค้าโลก ยังอยู่ในระดับชะลอตัว และอุปสงค์นำเข้าของแต่ละภูมิภาคฟื้นตัวแตกต่างกัน  ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ความเชื่อมั่นทางการค้า และค่าระวางเรือ  ราคาพลังงาน ที่ผันผวนในตลาดโลกที่ส่งผลต่อต้นทุนพลังงาน ภาคการผลิต และการขนส่งระหว่างประเทศ  ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่ส่งผลต่อค่าเงิน การเคลื่อนย้ายเงินทุน และสภาพคล่องของเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ สรท.มีข้อเสนอแนะเพื่อให้รัฐบาลเร่งดำเนินการไม่ว่าจะเป็นปรับลดขั้นตอนการขออนุญาต และกฎหมายที่ซ้ำซ้อน เร่งแก้ไข ยกเลิก กฎระเบียบซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงานรัฐที่เป็นต้นทุนแฝงของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ที่มีความซับซ้อน และคาดการณ์ได้ยากมากขึ้น การรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาท ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม สอดคล้องกับทิศทางของค่าเงินของภูมิภาค ซึ่งส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถการแข่งขัน และกำไรของผู้ส่งออก

นอกจากนี้ ส่งเสริมการใช้ Supply Chain Local Content เพิ่ม Value added และในประเทศมากขึ้น จากการลงทุน FDI ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง (ไตรมาส1/2569 เป็นเงินกว่า 9.6 แสนล้านบาท) ประกอบกับความเข้มข้นของเกณฑ์ RVC (Regional Value Content) สำหรับสินค้าส่งไปสหรัฐ ที่ต้องคำนึงเรื่องของการกำหนดสัดส่วนการใช้ Local Content เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศให้มากขึ้น 

รวมถึงกำกับดูแลสินค้านำเข้า ทั้งในรูปของการค้าปกติ และออนไลน์ เพื่อปกป้องสินค้าไม่ได้คุณภาพตามมาตรฐานไทย และการส่งผ่านไปประเทศที่สาม กรณีสินค้านำเข้าทะลักเข้ามาในประเทศ อาจต้องมีแนวทางกดดันกลุ่มสินค้าดังกล่าว ทั้งในเรื่องของมาตรการทางภาษี และ/หรือ กำหนดมาตรฐานสินค้านำเข้าให้สูงหรือเฉพาะทางมากขึ้น เพื่อไม่ให้กระทบกับอุตสาหกรรมในประเทศ โดยตรงบรรเทาต้นทุนโลจิสติกส์ และราคาพลังงาน

โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากขนส่งสินค้าทางทะเล จากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และชะลอการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมในท่าเรือ และค่าธรรมเนียมอื่นที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศบริหารจัดการต้นทุนโครงสร้างพลังงานในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมไม่ให้ซ้ำเติมต้นทุนผู้ประกอบการ และภาคประชาชนมากจนไปเร่งรัดแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างในประเทศที่ยังคงเป็นคอขวดคือ ความแออัดในท่าเรือแหลมฉบัง และคลังสินค้าที่สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นต้น

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์