วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

‘สุขสมรวย’ เร่งปลดล็อกเงินค้างท่อ 'กองทุนหมู่บ้าน’ 3.4 พันล้าน นำร่องโอน ก.ค.เดินหน้า ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’

เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก! ‘สุขสมรวย’ สั่งเร่งปลดล็อกเงินค้างท่อ “กองทุนหมู่บ้าน” วงเงิน 3,400 ล้านบาท เตรียมโอนเข้าบัญชีนำร่อง 100 แห่งแรกที่มีความพร้อมภายในเดือนกรกฎาคม 2569 นี้ พร้อมไฟเขียวลุยแคมเปญ “ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” หวังช่วยสมาชิกลดต้นทุนทางการเงินกว่า 4.5 หมื่นราย แก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน

KEY POINTS

  • เร่งรัดการโอนเงินค้างท่อของกองทุนหมู่บ้าน วงเงิน 3,400 ล้านบาท โดยจะเริ่มนำร่องโอนให้ 100 แห่งแรกในเดือนกรกฎาคม 2569
  • เดินหน้าโครงการ "ดอกเบี้ยคนละครึ่ง" เพื่อช่วยลดภาระหนี้สินให้สมาชิก โดยรัฐจะเพิ่มทุนให้กองทุนนำไปลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง
  • ฟื้นฟูกองทุนหมู่บ้านที่เคยมีปัญหาการดำเนินงาน (เกรดสีแดง) ให้กลับมามีคุณสมบัติพร้อมรับเงินเพิ่มทุน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เร่งผลักดัน เงินค้างท่อกองทุนหมู่บ้าน วงเงิน 3,400 ล้านบาท เตรียมโอนเข้าบัญชีนำร่อง 100 แห่งแรกในเดือนกรกฎาคม 2569 นี้ พร้อมเดินหน้าโครงการ "ดอกเบี้ยคนละครึ่ง" หวังช่วยลดภาระหนี้สินให้สมาชิกกว่า 4.5 หมื่นราย

  • เร่งอัดฉีดเงินค้างท่อ 3,400 ล้าน ฟื้นฟูกองทุนหมู่บ้าน

รัฐบาลเตรียมเร่งโอนเงินจาก โครงการฟื้นฟูและเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ระยะที่ 3 วงเงินรวม 3,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นการจัดสรรเงินทุนเพิ่มแห่งละ 1,000,000 บาท (ล้านที่ 2) ให้กับกองทุนที่ตกหล่นมาตั้งแต่ปี 2555

สาเหตุที่เงินส่วนนี้ล่าช้า เนื่องจากหลายกองทุนมีปัญหาในการดำเนินงาน เช่น ขาดคณะกรรมการ หรือมีข้อพิพาทฟ้องร้อง จนถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม "เกรดสีแดง"

  • สำหรับแผนการแก้ไขปัญหา

มอบหมายให้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ทั้ง 14 สาขา ลงพื้นที่เป็นพี่เลี้ยงเร่งด่วน

  • ตั้งเป้าปรับปรุงกองทุนที่มีปัญหาจาก "สีแดง" ให้เป็น "สีเหลือง" เพื่อให้เข้าเกณฑ์รับเงินทุน
  • กรอบเวลา: นำร่องโอนเงินให้กองทุนที่มีความพร้อม 100 แห่งแรก ภายในเดือนกรกฎาคม 2569 และตั้งเป้าโอนครบทั้งหมดภายในปี 2569

"เงินก้อนนี้เตรียมไว้ให้อยู่แล้ว เมื่อกองทุนได้รับการฟื้นฟูและมีความพร้อม ก็จะเร่งจัดสรรเงินเพิ่มทุนลงไปโดยเร็วที่สุด" — นางสุขสมรวย ระบุ

  • ตั้งคณะอนุกรรมการฯ คุมเข้มงบประมาณ

เพื่อความโปร่งใสและคุ้มค่า ที่ประชุมบอร์ด กทบ. ครั้งล่าสุด ได้มีมติแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการดำเนินโครงการสนับสนุนเสริมสร้างศักยภาพกองทุนหมู่บ้านฯ ขึ้นมาทำหน้าที่กลั่นกรองและพิจารณาการจัดสรรงบประมาณโดยเฉพาะ เพื่อให้เม็ดเงินของรัฐบาลถูกนำไปสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างแท้จริง

  • ไฟเขียวมาตรการ “ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ลดต้นทุนการเงิน

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ซึ่งล่าสุดบอร์ด กทบ. ได้อนุมัติงบประมาณรอบแรกเรียบร้อยแล้ว โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้:

  • กองทุนที่ผ่านเกณฑ์: 570 กองทุน (ครอบคลุม 16 จังหวัด)
  • วงเงินเพิ่มทุนรวม: 38.53 ล้านบาท
  • ประชาชนที่ได้รับประโยชน์: 45,628 ราย
  • มูลค่าดอกเบี้ยที่ลดได้รวม: 32.2 ล้านบาท

“โครงการนี้มุ่งเน้นบรรเทาภาระดอกเบี้ยเงินกู้ ขยายโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ และลดปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน”

  • เปิดหลักการโครงการดอกเบี้ยคนละครึ่ง

หลักการสำคัญของโครงการ รัฐบาลจะจัดสรรเงินเพิ่มทุนให้แก่กองทุนหมู่บ้าน เพื่อให้กองทุนหมู่บ้านนำไปปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ บัญชี 1 ให้แก่สมาชิกอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ของอัตราที่จัดเก็บปกติ โดยหลักการจัดสรรเงินทุน (ตามยอดดอกเบี้ยที่ปรับลด) รัฐบาลจะพิจารณาจัดสรรวงเงินสมทบให้แก่กองทุนหมู่บ้าน โดยคำนวณจาก “ยอดเงินดอกเบี้ยรวมที่กองทุนปรับลดให้แก่สมาชิกในรอบสัญญา” ของปีบัญชีปัจจุบัน ตามเกณฑ์ขั้นบันได ดังนี้

1. ดอกเบี้ยที่กองทุนหมู่บ้านได้ปรับลดให้กับสมาชิก รวมไม่เกิน 30,000 บาท รัฐบาลจะเพิ่มทุนให้ 30,000 บาท

2. ดอกเบี้ยที่กองทุนหมู่บ้านได้ปรับลดให้กับสมาชิก มากกว่า 30,000-50,000 บาท เพิ่มทุนให้ 50,000 บาท

3. ดอกเบี้ยที่กองทุนหมู่บ้านได้ปรับลดให้กับสมาชิก มากกว่า 50,000-70,000 บาท เพิ่มทุนให้ 70,000 บาท

4. ดอกเบี้ยที่กองทุนหมู่บ้านได้ปรับลดให้กับสมาชิก มากกว่า 70,000-90,000 บาท เพิ่มทุนให้ 90,000 บาท

5. ดอกเบี้ยที่กองทุนหมู่บ้านได้ปรับลดให้กับสมาชิก มากกว่า 90,000-120,000 บาท เพิ่มทุนให้ 120,000 บาท

6. ดอกเบี้ยที่กองทุนหมู่บ้านได้ปรับลดให้กับสมาชิก มากกว่า 120,000 บาทขึ้นไป เพิ่มทุนให้ 150,000 บาท

คุณสมบัติเบื้องต้นของกองทุนที่เข้าร่วมโครงการต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลถูกต้องตามกฎหมาย มีคณะกรรมการบริหารกองทุนตามระเบียบ จัดส่งรายงานงบการเงินต่อ สทบ. อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปี และสมาชิกมีมติเห็นชอบเข้าร่วมโครงการตามหลักเกณฑ์