วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน 2569

Login
Login

‘สุขสมรวย’ วางโรดแมปเปลี่ยนผ่าน ‘กองทุนหมู่บ้านฯ’ ชูคอนเซ็ปต์ยุคใหม่ สร้างเข้มแข็งเศรษฐกิจชุมชน

นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) เปิดเผยถึงทิศทางและนโยบายการบริหารจัดการ กทบ.ยุคใหม่ โดยมุ่งเป้าไปที่การลดภาระค่าครองชีพและสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่ไปกับการรื้อระบบการประเมินเพื่ออุดช่องโหว่การทุจริตที่ฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน เพื่อสร้างการบริหารจัดการที่โปร่งใสเป็นที่พึ่งได้ของประชาชน และเป็นกลไกที่สำคัญของรัฐในการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก

ทั้งนี้ในปัจจุบันสถานะของงบประมาณที่เป็นเม็ดเงินที่กองทุนหมู่บ้านฯสามารถบริหารจัดการได้มีเม็ดเงินรวม ประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก และได้กำหนดแนวทางการใช้จ่ายใหม่ทั้งหมด ดังนี้

1. งบกลางฯ 4,000 ล้านบาท ที่ได้มีการจัดสรรให้กับกองทุนหมู่บ้านมาก่อนหน้านี้ โดยงบส่วนนี้เป็นกติกาบังคับที่ปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์ไม่ได้ และต้องเบิกจ่ายให้ทันภายในเดือนก.ย.นี้  รัฐบาลจึงจะพิจารณาอนุมัติให้เป็นงบโครงการ SML ตามข้อบังคับ แต่จากคำขอที่เสนอเข้ามาสูงถึง 15,000 ล้านบาท จะถูกคัดกรองอย่างละเอียดให้เหลืออนุมัติตามวงเงินที่มี  มุ่งเน้นไปที่พื้นที่ชายขอบ และร้านค้าชุมชนที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยเพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล  

2. งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรในปี 2569 วงเงิน 5,000 ล้านบาท ได้ปรับเปลี่ยนแผนงาน โดยดึงเม็ดเงิน 4,400 ล้านบาทจากก้อนนี้ มาใช้เป็นงบประมาณสำหรับโครงการชดเชยดอกเบี้ย เพื่อช่วยลดภาระให้ประชาชนที่เป็นสมาชิกของกองทุนหมู่บ้านได้โดยตรง

และ 3.งบประมาณที่ได้เคยจัดสรรไว้ตั้งแต่ปี  2568 วงเงินประมาณ 11,000 ล้านบาท โดยเม็ดเงินก้อนนี้ จะถูกจัดสรรสำหรับโครงการนำร่อง (Pilot Project) ที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้จริงและสร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจะเป็นโครงการที่มีความยั่งยืนกว่า การนำไปปล่อยกู้แบบเดิม หรือแค่นำไปซื้อโต๊ะเก้าอี้มาเป็นของใช้ภายในหมู่บ้านเหมือนที่ผ่านมา

รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นโยบายเร่งด่วนประการแรก จะดำเนินการออกแบบการทำงานกับกองทุนหมู่บ้านตามที่ได้มีการจัดระดับกองทุนหมู่บ้านทั้ง 80,000 แห่งทั่วประเทศซึ่งแบ่งออกเป็น 3 เกรด ได้แก่ สีเขียว คือกองทุนที่มีวินัย ส่งงบการเงินติดต่อกัน 3 ปี สีเหลือง ส่งงบการเงินแต่ยังไม่สม่ำเสมอ อาจเป็นส่งปีเว้นปีแต่ยังมีความเคลื่อนไหวทางบัญชี  และกลุ่มสีแดงคือขาดวินัยทางการเงิน ไม่ส่งงบการเงิน หรือไม่มีการดำเนินการในเรื่องบัญชีรายรับรายจ่ายกองทุน ซึ่งมีเกือบ 20,000 แห่ง

ทั้งนี้จะนำงบประมาณ 4,400 ล้านบาท จากงบปี 2569 มาจ่ายชดเชยดอกเบี้ยให้กับลูกหนี้ที่อยู่ในเกณฑ์กองทุนสีเขียวและสีเหลือง ซึ่งมีประมาณ 8 ล้านคน โดยจ่ายเงินช่วยเหลือเป็นขั้นบันได ตั้งแต่ 30,000 บาท ไปจนถึงสูงสุด 150,000 บาท โดยโอนตรงเข้ากองทุนเพื่อนำไปลดภาระดอกเบี้ยให้ประชาชน แต่กองทุนสีแดงจะยังไม่ได้ในส่วนนี้เพราะต้องมีการปรับปรุงเรื่องของการดำเนินงานและการส่งบัญชีการเงินก่อน  ทั้งนี้โครงการอุดหนุนดอกเบี้ยเพื่อลดรายจ่ายให้ลูกหนี้กองทุนหมู่บ้าน คาดว่าจะมีการจัดงานเปิดตัว (Kick off) อย่างเป็นทางการที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงต้นเดือนก.ค.นี้ เพื่อให้ประชาชนกว่า 8 ล้านคนได้รับทราบสิทธิประโยชน์ของตนเอง และเร่งให้เม็ดเงินกระจายลงสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากโดยเร็วที่สุด

 

“ธงของเราคือต้องการลดรายจ่าย คนเป็นหนี้ที่จะมาจ่ายดอกเบี้ย สมมติว่าต้องไปจ่ายดอกเบี้ย 2,000 บาท ก็มีคนช่วยจ่ายให้ 1,000 บาท เพื่อลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้ประชาชนได้ทันที"

สำหรับงบประมาณส่วนที่เหลืออีก 11,000 ล้านบาท จะถูกผลักดันเป็นโครงการนำร่องที่สร้างรายได้และแก้ปัญหาให้ชุมชนอย่างแท้จริง เช่น โครงการทำระบบกระจายน้ำเพื่อการเกษตรรับมือภัยแล้ง หรือการติดตั้งโซลาร์เซลล์และจุดชาร์จมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในชุมชน นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายระยะยาวในการผลักดันกองทุนสีเขียวเข้มให้ยกระดับเป็นสถาบันการเงินชุมชนด้วย  

“เราอยากให้ในอีก 3 ปี 5 ปีข้างหน้า ชาวบ้านสามารถชี้ให้เห็นว่า นี่ไงท่อน้ำ นี่ไงโซลาร์เซลล์ หรือที่ชาร์จแบตเตอรี่ สิ่งเหล่านี้คือความสุขของชาวบ้าน และที่สำคัญคือมันช่วยให้ชุมชนเข้มแข็งขึ้นจริงๆ ส่วนการขอซื้อโต๊ะ เก้าอี้ ไม่ใช่ว่าไม่ให้ แต่เราจะใช้เทคโนโลยี AI จับประวัติเลยว่า หากกองทุนนี้ไม่เคยได้ ก็จะให้ แต่ถ้าเคยได้มาแล้ว 2-3 ครั้ง ก็ต้องพอกลโกงที่ตรวจสอบพบอย่างตรงไปตรงมาว่า เรารู้เลยว่าเงินโครงการ SML มีการรั่วไหลอย่าไร ซึ่งในส่วนนี้ต้องมีการตรวจสอบและเอาผิดคนที่ทุจริตในเรื่องนี้ต่อไป” นางสุขสมรวย กล่าว