บอร์ดบริหารสัญญาไฮสปีดเทรน 3 สนามบิน นัด 15 ก.ค.69 หาข้อสรุปเลิกสัญญา CP “คมนาคม” ชี้ไม่เลื่อน BSR รับสิทธิแทน ชี้กระบวนการประมูลจบตั้งแต่ปี 61 สกพอ.หนุนพัฒนารถไฟทางคู่ ควบคู่ Missing Link สายสีแดง เชื่อม EEC
KEY POINTS
- บอร์ดบริหารสัญญา "ไฮสปีดสามสนามบิน" นัดถก 15 ก.ค.69 นี้ หลังเตรียมเสนอ กพอ.สิ้นสุดสัญญาร่วมทุน CP ยืนยันไม่สามารถเชิญกลุ่ม BSR ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาลำดับที่ 2 มาเจรจาข้อเสนอได้ เนื่องจากกระบวนการประมูลได้สิ้นสุดลงแล้ว
- สกพอ.ชี้หากสิ้นสุดสัญญาร่วมทุนกับ CP ยังไม่มีข้อเสนอการเปิดประมูลโครงการใหม่ เนื่องจากโมเดลการลงทุนเดิมไม่น่าดึงดูด และจะทำให้โครงการล่าช้าออกไปอีก
- ยันข้อเสนอของ สกพอ. คือ การนำงบประมาณ 1.2 แสนล้านบาท ไปใช้เร่งรัดการพัฒนารถไฟทางคู่สายตะวันออก และรถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยาย Missing Link เพื่อเชื่อมต่อการเดินทาง 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO นัดประชุมคณะกรรมการบริหารสัญญาร่วมลงทุนวันที่ 15 ก.ค.2569 เพื่อหาทางออกที่เป็นไปได้สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) และนำเสนอคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
สำหรับแนวทางในการพัฒนาหลังจากสิ้นสุดสัญญากับกลุ่มซีพี ยืนยันว่าภาครัฐไม่สามารถเรียกผู้ยื่นข้อเสนอรายที่ 2 คือ กลุ่มกิจการร่วมค้า BSR ประกอบด้วย บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มาเจรจาได้
“กระบวนการประมูลเมื่อปี 2561 สิ้นสุดไปแล้ว อีกทั้งข้อเสนอของ BSR ยังไม่สอดคล้องกับสถานการณ์การลงทุนในปัจจุบัน”
ทั้งนี้ หาก กพอ.พิจารณาสิ้นสุดสัญญาร่วมทุนกับกลุ่มซีพี แต่นโยบายรัฐบาลมองว่าไฮสปีดเทรนมีความจำเป็นเพื่อเชื่อมการเดินทาง และการขนส่งต้องเปิดประกวดราคาอีกครั้ง ซึ่งหากเลือกแนวทางนี้มีความจำเป็นต้องศึกษารูปแบบการเปิดให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) เพื่อให้จูงใจต่อการลงทุน คุ้มค่าต่อการลงทุน และรัฐบาลต้องไม่เสียประโยชน์
โดยรูปแบบ PPP ปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ ประกอบด้วย
1.PPP Net Cost ภาครัฐรับผิดชอบการลงทุนก่อสร้างงานโยธา และงานระบบ ขณะที่ภาคเอกชนรับผิดชอบการเดินระบบ และบำรุงรักษา และได้รับสิทธิจัดเก็บรายได้
2.PPP Gross Cost ภาครัฐลงทุนงานโยธา ขณะที่ภาคเอกชนลงทุนงานระบบ และขบวนรถ โดยเอกชนจัดเก็บรายได้ให้รัฐและได้รับค่าตอบแทนตามคุณภาพการให้บริการ
3.Modified Gross Cost ภาครัฐลงทุนงานโยธา ขณะที่ภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนงานระบบ จัดหาขบวนรถ และเดินรถ พร้อมนำส่งรายได้ให้ภาครัฐทั้งหมด โดยเอกชนได้รับการจ่ายค่าตอบแทนคงที่ รวมทั้งได้รับค่าตอบแทนพิเศษหากรายได้จากการดำเนินงานสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ.เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า หาก กพอ.เลือกแนวทางสิ้นสุดสัญญาร่วมทุนกับกลุ่มซีพี โดย สกพอ.ยืนยันยังไม่มีข้อเสนอเปิดประมูลใหม่ เนื่องจากโมเดลการลงทุนแบบเดิมไม่ดึงดูดการลงทุน อีกทั้งหากจะประมูลใหม่ต้องใช้เวลาถึง 2 ปี ทำให้โครงข่ายระบบราง EEC ล่าช้าไปอีก
“วิธีการดีสุดขณะนี้คือ การนำของที่มีมาให้เกิดประโยชน์ โดยพัฒนารถไฟทางคู่ และเชื่อมเส้นทางรถไฟให้มีประสิทธิภาพ เร่งโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง (Missing Link) เพื่อให้เชื่อมต่อแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ที่จะเชื่อมการเดินทางจากดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา”
นายจุฬา กล่าวว่า รฟท.มีแนวเส้นทางรถไฟทางคู่สายตะวันออก ดังนั้น สกพอ.มองว่าควรจะนำเงินการลงทุนไฮสปีดเทรน 1.2 แสนล้านบาท มาเร่งพัฒนารถไฟสายตะวันออกให้มีประสิทธิภาพ เชื่อมการเดินทางรถไฟฟ้าสายสีแดงที่ทำความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และจากนั้นพัฒนาเส้นทางเดินรถเชื่อมรถไฟทางคู่เข้า EEC
ทั้งนี้ สกพอ.ยืนยันแนวทางที่เหมาะสมขณะนี้ เป็นการใช้ประโยชน์จากโครงข่ายระบบรถไฟให้มีประสิทธิภาพขึ้น เพราะดีมานด์การขนส่งทางรางใน EEC ขณะนี้อาจไม่จำเป็นต้องลงทุนไฮสปีดเทรน แต่ใช้ระบบรางที่ทำความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้
รวมทั้ง สกพอ.จะหารือ รฟท.ให้เร่งลงทุนรถไฟสายสีแดง Missing Link รวมถึงปรับรางรถไฟทางคู่ให้รองรับการใช้งาน หลังจากนั้นเมื่อโครงสร้างระบบรางมีความพร้อมยังเปิดให้เอกชนร่วมใช้ราง (Open Access) เพื่อให้บริการเส้นทางรถไฟรองรับดีมานด์ EEC
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





