“วีระพงษ์ ประภา ”ผู้แทนการค้าไทย ชี้ การค้าโลกครึ่งปีหลังยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิเศรษฐศาสตร์ ไทยต้องเร่งปรับยุทธศาสตร์การค้า แนะ เร่งเปิดตลาดใหม่ ดัน FTA ไทย-EU ลดพึ่งพาตลาดเดิม เพิ่มแต้มต่อสินค้าอุตสาหกรรมไทย รับมือความผันผวนเศรษฐกิจโลก
KEY POINTS
- ผู้แทนการค้าไทยชี้ว่าไทยจำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์การค้าเพื่อรับมือความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยเร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป (EU) ให้สำเร็จโดยเร็ว
- การเจรจา FTA ไทย-EU มีความคืบหน้าไปในทิศทางที่ดี โดยข้อตกลงนี้จะช่วยลดกำแพงภาษี เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย และคาดว่าจะช่วยเพิ่ม GDP ของประเทศได้ถึง 1.38%
- ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยยกระดับมาตรฐานเศรษฐกิจไทยให้ทัดเทียมสากล ดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมสีเขียว และเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์กับ EU ในระยะยาว
นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยถึงทิศทางการค้าของไทยในช่วงครึ่งหลังของปีว่า สถานการณ์การค้าโลกยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากทั้งปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ ส่งผลให้ประเทศขนาดกลาง (Middle Power) อย่างประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งปรับยุทธศาสตร์การค้า โดยมุ่งขยายและกระจายตลาดส่งออก ลดการพึ่งพาตลาดหลักที่มีความเสี่ยงจากความขัดแย้งและมาตรการทางการค้า
รัฐบาลจึงเดินหน้าเร่งเปิดตลาดใหม่ผ่านการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับประเทศคู่ค้าสำคัญ โดยเฉพาะการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป (EU) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่จะช่วยเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ดังนั้นเราต้องจัดทัพใหม่รับมือในทางเศรษฐกิจเพื่อให้เติบโตอย่างยั่งยืน
นายวีระพงษ์ กล่าวว่า จากการเดินทางเยือนกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าการเจรจา FTA ไทย-EU มีความคืบหน้าในทิศทางที่ดี และทุกฝ่ายต้องการเร่งรัดการเจรจาให้แล้วเสร็จ แต่ยืนยันว่าความรวดเร็วต้องควบคู่ไปกับคุณภาพ เนื่องจากยังมีหลายประเด็นที่มีความท้าทายละเอียดอ่อนและซับซ้อน ซึ่งจำเป็นต้องหาข้อสรุปร่วมกันอย่างรอบคอบ
ทั้งนี้ FTA ไทย-EU ถือเป็นความตกลงการค้าเสรีครั้งประวัติศาสตร์ของไทย เพราะครอบคลุมเนื้อหาถึง 24 บท รวมทั้งภาคผนวกจำนวนมาก โดยหลายประเด็นถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย อาทิ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การเปิดตลาดบริการ และการค้าดิจิทัล (Digital Trade) ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานเศรษฐกิจไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
แม้มาตรฐานของสหภาพยุโรปจะอยู่ในระดับสูง แต่ถือเป็นโอกาสให้ภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs และเกษตรกร เร่งปรับปรุงคุณภาพสินค้าและกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดยุโรป ซึ่งมีประชากรกว่า 400 ล้านคน ครอบคลุม 27 ประเทศ
ปัจจุบันสินค้าไทยจำนวนมากสามารถส่งออกไปยังสหภาพยุโรปได้อยู่แล้ว แต่ยังต้องเผชิญกำแพงภาษีในหลายรายการ หากการเจรจา FTA สำเร็จ จะช่วยลดภาษีนำเข้า ทำให้สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร รวมถึงสินค้าอุตสาหกรรมของไทย เช่น รถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง มีขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น และสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดในยุโรปได้มากกว่าเดิม
นอกจากนี้ ความร่วมมือระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปยังเปิดโอกาสด้านการลงทุน โดยเฉพาะการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียวและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เนื่องจากสหภาพยุโรปมีทั้งเทคโนโลยี เงินทุน และบริษัทชั้นนำที่พร้อมเข้ามาร่วมลงทุนและเป็นพันธมิตรกับภาคธุรกิจไทย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
นายวีระพงษ์ กล่าวว่า ผลการศึกษาของกระทรวงพาณิชย์ในอดีตประเมินว่า หากไทยสามารถจัดทำ FTA กับสหภาพยุโรปได้สำเร็จ จะช่วยเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ได้ประมาณ 1.38% หรือคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจระดับแสนล้านบาท ผ่านการค้า การลงทุน และการเกิดอุตสาหกรรมใหม่ ๆ
นอกเหนือจากประโยชน์ทางเศรษฐกิจแล้ว ความตกลงดังกล่าวยังช่วยเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไทยจำเป็นต้องมีพันธมิตรที่สามารถพึ่งพาและสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้าและการลงทุนในระยะยาว
ทั้งนี้ จากการหารือกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของสหภาพยุโรป พบว่าหลายฝ่ายมองว่าไทยมีจุดแข็งด้านความยั่งยืน ทั้งในมิติของชุมชน สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งสามารถต่อยอดให้กลายเป็นจุดขายสำคัญในการแข่งขันบนเวทีการค้าโลกในอนาคต.
“FTA ไทย-EU จะช่วยเปิดประตูสู่ตลาดใหม่ สร้างโอกาสให้สินค้าและบริการของไทยเข้าถึงผู้บริโภคในยุโรปได้มากขึ้น ขณะเดียวกันการยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานของสหภาพยุโรป ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำด้านกฎระเบียบและมาตรฐานความยั่งยืนของโลก จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว”นายวีรพงษ์ กล่าว





