กขค.ชี้ ประเด็น “แข่งขันทางการค้า “กติกาใหม่ FTA ประเดิม FTA อาเซียน-เกาหลี ปิดรอบแรกข้อบทแข่งขันการค้า ยกระดับข้อตกลงรับกติกาโลกใหม่ ดันมาตรฐานไทยเทียบ OECD หนุนลงทุน-เปิดตลาดโลก
รองศาสตราจารย์ สุธรรม อยู่ในธรรม รองประธานกรรมการ รักษาการแทนประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เปิดเผยว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีหรือ FTA ฉบับต่างๆ ทั้งฉบับเก่า เริ่มยกระดับ หรือ อัปเกรด ให้ทันกับสถานการณ์มากขึ้น
รวมไปถึงการเจรจา FTA ฉบับใหม่ จะมีหลายเรื่องที่เพิ่มเติมเข้ามา นอกเหนือจากการค้าสินค้าและบริการ เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา เศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงการแข่งขันทางการค้า และการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อรองรับความท้าทายทางเศรษฐกิจใหม่ๆ
ล่าสุด การประชุมเจรจายกระดับความตกลงการค้าเสรี FTA อาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี เมื่อวันที่ 8-10 มิ.ย. 2569 กขค. ได้เดินทางร่วมกับคณะฯ เจรจาใน การยกร่าง ในส่วนข้อบท การแข่งขันทางการค้า และการคุ้มครองผู้บริโภค
ทั้งนี้การอัปเกรดในเรื่อง การแข่งขันทางการค้านั้น จะช่วยยกระดับความร่วมมือทางระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้า และ มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การบังคับใช้กฏหมาย ดังนั้น มีความจำเป็นจะต้องให้ความรู้ ผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอี เพื่อให้พร้อมกับการใช้กฎเกณฑ์สากล ทั้งใช้ในการปกป้องธุรกิจจากความไม่เป็นธรรม
ทั้งจากการควบรวมกิจการเพื่อผูกขาดตลาด หรือ การฮั๊วทางการค้า ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในเวทีโลกว่ากฏหมายไทยสอดคล้องกับสากล ซึ่งจะเป็นโอกาสการประกอบธุรกิจข้ามแดน ในตลาดใหม่ๆ และยังดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ สร้างการจ้างงาน การถ่ายทอดนวัตกรรม และเพิ่มทักษะแรงงานในประเทศ
พล.ต.ท.พิทยา ศิริรักษ์ กรรมการ กขค. กล่าวว่า การเจรจาในประเด็นการแข่งขันทางการค้า จะรวมอยู่กับเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคด้วย ซึ่งเป็นส่วนของ สคบ. แต่ในส่วนของกขค. จะมีประเด็นเรื่อง “การแข่งขันทางการค้า” ซึ่งการอัปเกรด FTA อาเซียน-เกาหลี มีข้อบทในเรื่องนี้ถือเป็นหนึ่งในข้อบทใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามา ซึ่งในเจรจาในรอบแรก ผ่านทั้งหมดแล้ว เพราะไทย มีมาตรฐานที่ทันสมัยเทียบเท่ากับอาเซียน
ทั้งนี้กขค. ได้ทำงานเชิงรุกมากขึ้น ทั้งการบังคับใช้กฏหมายที่รวดเร็วเป็นธรรมมากขึ้น แต่ยังคงความโปร่งใส รวมทั้งจัด โมบายคลินิกแข่งขันทางการค้าไปทั่วประเทศ เร่งให้ความรู้ผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถมีความพร้อม ใช้ กฎหมาย เป็นเครื่องมือรักษาความเป็นธรรมดูแล ทั้งเอสเอ็มอี และประชาชน
ขณะเดียวกัน เพื่อยกระดับ ด้าน การแข่งขันทางการค้า ให้เป็นไปตามสากล สอดคล้องกับ มาตรฐาน และคำแนะนำเชิงนโยบาย ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดย ประเด็นสำคัญ คือ การปฏิรูปกฎหมาย เพื่อป้องกันการผูกขาด
ปัจจุบัน เริ่มเห็นทิศทางการรวมธุรกิจ ในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และส่วนใหญ่มาจากผู้ประกอบธุรกิจจากต่างประเทศ เข้ามาซื้อธุรกิจในไทย ซึ่งหากไทย สามารถดำเนินการยกระดับได้ตามมาตรฐาน OECD จะส่งผลดีต่อการดึงดูดลงทุน รวมถึงการเจรจา FTA ฉบับใหม่ๆ ที่มีมาตรฐานสูง อาทิ FTA ไทย-สหภาพยุโรป จะตกลงในข้อบทการแข่งขันทางการค้าได้เร็วขึ้น





