“ภราดร” ชี้งบปี 70 ไม่ไร้อนาคต แจงตัดงบซ้ำซ้อน คุมขาดดุล เปิดข้อมูลให้โปร่งใส ดันเงินลงท้องถิ่นเพิ่มเกือบหมื่นล้าน
KEY POINTS
- รมต.ภราดร กล่าว่าการที่รัฐบาลตัดลดงบประมาณในโครงการที่ไม่จำเป็นและซ้ำซ้อน โดยเฉพาะงบจังหวัดและกลุ่มจังหวัดที่ทับซ้อนกับภารกิจของหน่วยงานหลัก
- มีความพยายามควบคุมการขาดดุลงบประมาณตามแผนการคลังระยะปานกลาง เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลัง เนื่องจากหนี้สาธารณะใกล้ชนเพดาน
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นเกือบ 1 หมื่นล้านบาท สวนทางกับหน่วยงานอื่นที่ถูกตัดลด เพื่อส่งเสริมการกระจายอำนาจ
- ยืนยันว่างบประมาณปี 70 เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณ โดยจะเริ่มนำหลักการงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-Based Budgeting) มาใช้
วันนี้ (1 ก.ค. 2569) เวลา 14.41 น. ที่อาคารรัฐสภา นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร กรณีมีการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 โดยยืนยันว่า ร่างงบประมาณฉบับนี้ไม่ใช่งบประมาณที่ไร้อนาคต ตามที่ถูกอภิปราย แต่เป็นความพยายามปรับโครงสร้างงบประมาณที่หมักหมมมานาน
ทั้งนี้ หากยังจัดทำงบประมาณแบบเดิมเหมือนในอดีต นั่นต่างหากคือการปล่อยให้ประเทศไม่มีอนาคต เพราะตัวเลขหลายส่วนเป็นภาระผูกพันต่อเนื่องมาหลายปี หลายรัฐบาลเห็นปัญหาเดียวกัน แต่ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาแก้ไขอย่างจริงจัง
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่า งบปี 2570 ยังไม่สมบูรณ์แบบ เพราะมีข้อจำกัดทั้งเวลาและวงเงิน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปวิธีจัดทำงบประมาณ โดยได้หารือกับ ท่านนายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย ถึงแนวทางที่จะทำงานร่วมกันหลังจากนี้
ซึ่งก็ได้ชวนเพื่อนสมาชิก ส.ส. ไว้ก่อนหน้านี้มาให้มาช่วยกันทำเพราะเชื่อว่าถ้าไม่ทำอนาคตระบบโครงสร้างของงบประมาณประเทศไปต่อไม่ได้ ส่วนจะทำแบบไหนก็ต้องใช้ความร่วมมือของสภาแห่งนี้ ทั้งการแก้กฎหมาย ขอความรู้ ประสบการณ์จากหลายคน ระดมสมองว่าจะทำแบบไหน
ประเด็นสำคัญคือการจัดเก็บรายได้รัฐ ซึ่งขณะนี้กรรมาธิการการเงินการคลังได้ตั้งอนุกรรมาธิการศึกษาการปฏิรูปการจัดเก็บรายได้ใหม่ เพราะเครื่องมือที่มีอยู่ช่วยให้เก็บภาษีดีขึ้นบางส่วน แต่ยังไม่พอรองรับภาระของประเทศ
นายภราดร กล่าวว่า ในส่วนการจัดทำงบประมาณและการกู้เงิน รัฐบาลจะเดินตามแผนการคลังระยะปานกลาง พยายามลดการขาดดุลลงในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เพราะเห็นตัวเลขหนี้สาธารณะที่ใกล้ชนเพดาน และไม่ต้องการทำงบแบบตามน้ำจนกระทบวินัยการเงินการคลัง
ในส่วนของเรื่องความโปร่งใส ปีนี้รัฐบาลไม่รอให้กรรมาธิการร้องขอ แต่จัดส่งไฟล์ Excel รายละเอียดงบประมาณให้วิเคราะห์ล่วงหน้า พร้อมตัดลดโครงการที่ไม่จำเป็น ทั้งการสร้างตึกใหม่ ถนนโครงการใหม่ และโครงการซ้ำซ้อนในงบจังหวัดและกลุ่มจังหวัด
นายภราดร กล่าวว่า งบจังหวัดและกลุ่มจังหวัดถูกตัดลด เพราะหลายโครงการไปทำภารกิจซ้ำกับหน่วยงานหลัก เช่น ถนนที่ควรเป็นหน้าที่ของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท เขื่อนป้องกันตลิ่งที่เป็นงานของโยธาธิการ หรือการขุดลอกคูคลองที่เกี่ยวกับกรมชลประทาน ไม่ใช่เอางบจังหวัดไปทำซ้ำอีก งบจังหวัดควรใช้สร้างการพัฒนาจริง ไม่ใช่เป็นทางลัดของโครงการที่มีหน่วยงานประจำรับผิดชอบอยู่แล้ว
นายภราดร กล่าวถึงเรื่องการกระจายอำนาจว่า ปีนี้หน่วยงานรัฐส่วนใหญ่ถูกตัดลดงบประมาณ แต่มีเพียงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่ได้ถูกลด และเมื่อเทียบกับปีก่อนยังเพิ่มขึ้นเกือบหมื่นล้านบาท แม้ยังไม่ถึงเป้าหมาย 35% เพราะติดข้อจำกัดวงเงินงบประมาณ
นายภราดรกล่าวอีกว่า รัฐบาลเริ่มใช้หลักติดตามผลลัพธ์งบประมาณ หากหน่วยงานใดมี KPI ดี จะมีผลต่อการตั้งงบปี 2571 แต่หน่วยงานใดสอบตกต้องถูกลดงบ นี่คือจุดเริ่มต้นของการจัดทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ หรือ Zero-Based Budgeting เพื่อให้เงินภาษีประชาชนเกิดผลจริง
สำหรับภาระรายจ่ายประจำของภาครัฐ วันนี้รายได้ประมาณ 3 ล้านล้านบาทถูกใช้ไปกับเงินเดือนข้าราชการ สวัสดิการภาครัฐ และการชำระหนี้เกือบหมด จนเงินลงทุนต้องพึ่งเงินกู้ จึงต้องร่วมกันทบทวนโครงสร้างบุคลากรและสวัสดิการภาครัฐใหม่ โดยยืนยันว่ารัฐบาลนี้ตั้งใจเริ่มแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นภาระของรัฐบาลต่อไป





