CP ย้ำความมุ่งมั่นพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ลงทุนแล้วกว่า 12,000 ล้านบาท พร้อมร่วมภาครัฐเดินหน้าหาทางออกที่ดีที่สุด
KEY POINTS
- CP ยืนยันความมุ่งมั่นในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน แจงที่ผ่านมาลงทุนไปแล้วกว่า 12,000 ล้านบาท
- ยอมรับโครงการเผชิญอุปสรรคหลายด้าน ทั้งการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างที่ล่าช้า และผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์โควิด-19 และเศรษฐกิจโลก
- ยันพร้อมเดินหน้าหารือร่วมกับภาครัฐ หาแนวทางที่เหมาะสม และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ภายใต้หลักการของการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐ และเอกชน (PPP)
นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการร่วมพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เพราะเห็นว่าเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทได้ลงทุนในโครงการไปแล้วกว่า 12,000 ล้านบาท และพร้อมเดินหน้าหารือร่วมกับภาครัฐ เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสม และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ภายใต้หลักการของการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐ และเอกชน (PPP)
นายศุภชัย กล่าวว่า แม้ธุรกิจรถไฟจะไม่ใช่ธุรกิจหลักของเครือเจริญโภคภัณฑ์ แต่เมื่อภาครัฐเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศ เครือซีพีจึงตัดสินใจเข้าร่วมการประมูลด้วยความเชื่อมั่นว่า โครงการนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับระบบคมนาคม เชื่อมโยงสนามบินหลักของประเทศ สนับสนุนการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว
"หากไม่มีความเชื่อมั่นในโครงการ บริษัทคงไม่เข้าร่วมการประมูล ไม่ลงนามในสัญญาร่วมลงทุน และไม่ลงทุนในโครงการไปแล้วกว่า 12,000 ล้านบาท" นายศุภชัย กล่าว
นายศุภชัย กล่าวว่า นับตั้งแต่มีการลงนามในสัญญาร่วมลงทุนเมื่อปลายปี 2562 โครงการต้องเผชิญกับความท้าทายจากหลายปัจจัย ทั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนการลงทุน และสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปจากช่วงเริ่มต้นโครงการอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน การดำเนินโครงการยังมีข้อจำกัดด้านการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งยังไม่สามารถดำเนินการได้ครบถ้วนตามเงื่อนไขในสัญญา โดยเฉพาะการรื้อย้ายสาธารณูปโภค และการดำเนินงานในบางพื้นที่ ส่งผลให้การก่อสร้างไม่สามารถเดินหน้าได้เต็มศักยภาพ
"โครงการลักษณะนี้เป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน ความสำเร็จของโครงการจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการร่วมกันแก้ไขอุปสรรค และปรับแนวทางให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป" นายศุภชัย กล่าว
นายศุภชัย กล่าวว่า บริษัทได้หารือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมในการผลักดันโครงการ โดยยึดหลักการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย และการสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในระยะยาว
สำหรับแนวทางต่างๆ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณานั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการหารือร่วมกันภายใต้กรอบของสัญญา และกฎหมาย เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถหาข้อยุติที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การรักษาผลประโยชน์ของประเทศ และทำให้โครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสามารถเดินหน้าต่อไปได้
"เครือเจริญโภคภัณฑ์ยังคงพร้อมทำงานร่วมกับภาครัฐอย่างสร้างสรรค์ในทุกแนวทาง เพื่อให้โครงการนี้สามารถเดินหน้าต่อไปบนพื้นฐานของความร่วมมือ ความโปร่งใส ความเป็นธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ นักลงทุน และประชาชน เพราะเราเชื่อมั่นว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เป็นโครงการสำคัญที่จะสร้างคุณค่าให้กับประเทศไทยในระยะยาว" นายศุภชัย กล่าว
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





