คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้ พ.ร.ก. วิกฤติพลังงาน ปี 69 เปิดเกณฑ์พิจารณาโครงการกลุ่มที่ 2 เน้นต้องลดพลังงานฟอสซิลได้ทันที วัดผลก๊าซเรือนกระจกได้ชัดเจน พร้อมหนุนโครงการยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจรตั้งแต่ปรับเปลี่ยนยานพาหนะจนถึงโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ
KEY POINTS
- โครงการที่ขอรับเงินกู้ ภายใต้แผนที่ 2 พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ต้องสามารถลดการใช้พลังงานฟอสซิลได้จริง โดยต้องพิสูจน์ปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกเป็นตัวเลขที่ชัดเจน
- สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างครบวงจร ทั้งการเปลี่ยนยานพาหนะและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เช่น สถานีชาร์จและสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่
- กำหนดให้มีแผนงานพัฒนาทักษะแรงงาน (Upskill/Reskill) เพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรรองรับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ยุคพลังงานสะอาด
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ได้กำหนดเกณฑ์การพิจารณาโครงการกลุ่มที่ 2 ภายใต้พระราชกำหนดฯ
โดยแบ่งออกเป็น 3 แผนงานหลัก ซึ่งแต่ละแผนงานมีเกณฑ์ที่ชัดเจนเพื่อให้มั่นใจว่าโครงการที่ได้รับอนุมัติจะตอบโจทย์การแก้วิกฤตพลังงานของประเทศ
สำหรับแผนงานที่ 2.1 ด้านการลดพลังงานฟอสซิลและเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน โครงการที่จะผ่านการพิจารณาต้องสามารถลดการใช้พลังงานฟอสซิลและลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศได้ทันที ไม่ใช่เพียงแผนในอนาคต นอกจากนี้ต้องมีการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อใช้เอง (Self-Consumption) หรือในระดับชุมชนในรูปแบบ Smart Grid หรือ Microgrid และต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ควบคุมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ จุดสำคัญที่บอร์ดให้น้ำหนักคือโครงการต้องสามารถตรวจวัดหรือพิสูจน์ปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างชัดเจนเป็นตัวเลข ไม่ใช่เพียงการประเมินโดยประมาณ
แผนงานที่ 2.2 ด้านยานยนต์ไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน ถือเป็นแผนงานที่มีความครอบคลุมที่สุด โดยโครงการต้องมุ่งปรับเปลี่ยนยานพาหนะจากเครื่องยนต์สันดาปภายในไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือยานพาหนะพลังงานสะอาดอื่น ครอบคลุมทั้งยานพาหนะของภาครัฐ ภาคสาธารณะ และภาคประชาชน ขณะเดียวกันต้องมีการลงทุนหรือสนับสนุนการติดตั้งสถานีบรรจุไฟฟ้า สถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ และโครงสร้างพื้นฐานอื่นที่จำเป็น เพื่อให้ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าสมบูรณ์ครบวงจร โดยเกณฑ์สำคัญอีกข้อคือสถานีชาร์จและยานพาหนะในโครงการต้องรองรับการบริหารจัดการพลังงานอย่างชาญฉลาด ไม่ใช่เพียงการชาร์จไฟแบบธรรมดา
แผนงานที่ 2.3 ด้านการพัฒนาทักษะแรงงาน เน้นหลักสูตรหรือแนวทาง Upskill และ Reskill ให้แก่ประชาชน แรงงาน และผู้ประกอบการ เพื่อรองรับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ยุคพลังงานสะอาด เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไม่อาจสำเร็จได้หากขาดบุคลากรที่มีทักษะรองรับอุตสาหกรรมใหม่
ทั้งนี้ เกณฑ์ทั้งหมดยึดหลักการสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ ความจำเป็น ความพร้อม ความคุ้มค่า และผลสัมฤทธิ์ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกโครงการที่ผ่านการกลั่นกรองจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาวิกฤติพลังงานของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้





