วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

กรมการค้าต่างประเทศ ถอดรหัส 3 เมกะเทรนด์เปลี่ยนโลกการค้า

กรมการค้าต่างประเทศ ชี้ 3 ปมหลักแกนสำคัญเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าการค้าโลก “การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ ความยืดหยุ่นรับมือความเสี่ยง การเปลี่ยนแปลงจากการค้าเสรีไปสู่การค้าเชิงยุทธศาสตร์” แนะไทยต้องเร่งปรับกลยุทธ์ ฝ่าความเสี่ยงยุคโลกแบ่งขั้ว ระบุความสำเร็จการค้าโลกไม่ใช่ส่งออกมากที่สุด แต่ต้องวางตำแหน่งไทยให้ชนะในระบบโลก

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวในการสัมมนา"WINNING IN TRADE UNDER THE NEW WORLD ORDER: การค้าที่ต้องชนะ ในกติกาโลกใหม่" จัดโดยกรมการค้าต่างประเทศ (DFT) ร่วมกับ เนชั่น กรุ๊ป ว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ “กติกาโลกใหม่” การค้าโลกในปัจจุบันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และภาคธุรกิจไทยจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถแข่งขัน และอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูงขึ้น

บทบาทของกรมฯ ในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงหน่วยงานกำกับดูแลผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ต้องทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชน เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ และการค้าโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลกใหม่เกิดขึ้นจากหลายปัจจัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันของมหาอำนาจโลก วิกฤติพลังงาน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งส่งผลให้การคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจทำได้ยากขึ้น ขณะที่ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในหลายประเทศเริ่มลดลง

นางอารดา กล่าวว่า  3 แกนสำคัญที่กำลังเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าการค้าโลก ประกอบด้วย 1. การเปลี่ยนผ่านจากโลกาภิวัตน์ (Globalization) ไปสู่ภาวะการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ (Fragmentation) ที่ประเทศต่างๆ เลือกเชื่อมโยง และค้าขายกับพันธมิตรที่ไว้วางใจได้มากขึ้น

2. การให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่น และความสามารถในการรับมือความเสี่ยง (Resilience) มากกว่าประสิทธิภาพ และต้นทุนต่ำเพียงอย่างเดียว 

3.การเปลี่ยนจากแนวคิดการค้าเสรี (Free Trade) ไปสู่การค้าเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Trade) ที่ประเทศต่างๆ ใช้มาตรการทางการค้า และมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีเพิ่มมากขึ้น

กรมการค้าต่างประเทศ ถอดรหัส 3 เมกะเทรนด์เปลี่ยนโลกการค้า

นางอารดา กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีนัยสำคัญต่อประเทศไทย เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังพึ่งพาการส่งออกในสัดส่วนมากกว่า 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขณะที่ภาคธุรกิจไทยยังได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน และความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปจึงไม่สามารถพิจารณาเฉพาะปัจจัยทางเศรษฐกิจได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงประเด็นด้านความมั่นคงแห่งชาติ ภูมิรัฐศาสตร์ และกติกาการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยภาคธุรกิจไทยจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในเวทีการค้าโลกต่อไป

ทั้งนี้การปรับตัวของผู้ประกอบการไทยในยุคการค้าโลกใหม่ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญของการอยู่รอด โดยทุกภาคส่วนต้องสามารถดำเนินธุรกิจภายใต้กฎระเบียบ และมาตรฐานการค้าใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากไม่สามารถปรับตัวได้ก็อาจสูญเสียโอกาสในการแข่งขัน และไม่สามารถรักษาตำแหน่งในตลาดโลกได้

กรมการค้าต่างประเทศ ถอดรหัส 3 เมกะเทรนด์เปลี่ยนโลกการค้า

นางอารดา กล่าวว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญที่กำลังได้รับความสนใจคือ เรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ซึ่งกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการค้าโลก โดยความสามารถในการแข่งขันในปัจจุบันไม่ได้วัดกันที่ราคาเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ต้องแข่งขันกันด้วยคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และบริการ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงไป

นอกจากนี้ ภาครัฐ และภาคเอกชนยังต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Alignment) และความน่าเชื่อถือในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากความเชื่อมั่น และความไว้วางใจกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเลือกคู่ค้าที่มีความน่าเชื่อถือ ขณะเดียวกันก็ต้องพัฒนาตนเองให้เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ได้รับความไว้วางใจจากคู่ค้าทั่วโลกเช่นกัน

"ความสำเร็จในโลกการค้าไม่ได้วัดใครส่งออกมากกว่ากันแต่คือ ใครออกแบบตำแหน่งของตนเองในระบบโลกได้ดีกว่า"นางอารดา กล่าว

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์