วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

'บีโอไอ' ดัน Thailand FastPass เป็นแพลตฟอร์มแก้ปัญหาการลงทุน มั่นใจปลดล็อกลงทุน 7 แสนล้านในปี 70

เลขาฯบีโอไอ แจงแผนดันลงทุนลงทุน 7 แสนล้าน รุกอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงวางฐานอุตสาหกรรมในอนาคต ชูฮับผลิตชิ้นส่วนแอร์บัส-จรวด-หุ่นยนต์แห่งอนาคต ย้ำเน้นโครงการคุณภาพสูงลงทุนไทย เตรียมผลักดันให้เป็นแผลตฟอร์มการแก้ปัญหาให้นักลงทุน

KEY POINTS

  • บีโอไอขับเคลื่อนนโยบาย "Thailand FastPass" เพื่อดึงดูดโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ตั้งเป้าปลดล็อกเม็ดเงินลงทุนจริง 7 แสนล้านบาทภายในปี 2570
  • โครงการมุ่งเน้นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น หุ่นยนต์ ชิ้นส่วนเครื่องบิน และจรวด โดยมีเงื่อนไขให้บริษัทที่ลงทุนต้องร่วมทำวิจัยและพัฒนากับมหาวิทยาลัยไทย
  • จะยกระดับกลไก Thailand FastPass ให้เป็นแพลตฟอร์มถาวรเพื่อแก้ปัญหาและอุปสรรคด้านการลงทุน พร้อมปรับปรุงกฎระเบียบภาครัฐเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน

วันนี้ (23 มิ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านยุทธศาสตร์การลงทุนใหม่ โดยระบุว่าขณะนี้บีโอไอได้เริ่มดำเนินการขับเคลื่อนการลงทุนภายใต้นโยบาย "Thailand FastPass" ซึ่งเป็นการคัดเลือกโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยในล็อตแรกมีทั้งสิ้น 25 โครงการ จาก 23 บริษัทชั้นนำ ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่จะเข้ามาพลิกโฉมโครงสร้างอุตสาหกรรมของประเทศไทย โดยในการขับเคลื่อนการลงทุนนี้จะมีเม็ดเงินที่ลงทุนจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงปี 2569-2570 วงเงินรวม 7 แสนล้านบาท

โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือโครงการเร่งรัดโครงการที่ค้างท่อเดิม จำนวน 76 โครงการ วงเงินประมาณ 470,000 ล้านบาท ซึ่งมาจากโครงการกลุ่มเดิมในรัฐบาลก่อนที่เป็นโครงการ BOI fastPass และโครงการกลุ่ม Thailand FastPass จำนวน 25 โครงการ วงเงินประมาณ 220,000 ล้านบาท

สำหรับอุตสาหกรรมไฮไลต์ในกลุ่ม Thailand FastPass ประกอบด้วย นวัตกรรมขั้นสูงที่สร้างฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยในระยะต่อไปเช่น การผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid), เซ็นเซอร์อัจฉริยะสำหรับยานยนต์และหุ่นยนต์, การผลิตชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องยนต์เครื่องบิน (Engine Casing) ให้กับบริษัท Airbus ไปจนถึงการผลิตจรวดส่งดาวเทียมวงโคจรต่ำ

นอกจากนี้ ทุกบริษัทในกลุ่มนี้ยังมีข้อตกลงในการทำวิจัยและพัฒนา (R&D) ร่วมกับมหาวิทยาลัยไทย เพื่อมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมและพัฒนาบุคลากรในประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงแค่การเข้ามาตั้งฐานการผลิตเพียงอย่างเดียว

เลขาธิการบีโอไอย้ำว่า แม้ในไตรมาสแรกของปีนี้ ยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจะพุ่งสูงทะลุ 1 ล้านล้านบาทไปแล้ว แต่เป้าหมายหลักของบีโอไอไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขเม็ดเงิน แต่คือคุณภาพของโครงการที่จะช่วยต่อยอดฐานอุตสาหกรรมเดิม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว และสร้างระบบซัพพลายเชนของไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ บีโอไอยังจะผลักดันให้กลไก Thailand FastPass เป็นแพลตฟอร์มนวัตกรรมบริการภาครัฐ โดยทำงานร่วมกับ 8 หน่วยงานนำร่องผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มอนิเตอร์ เพื่อติดตามความคืบหน้าการขออนุญาตต่าง ๆ ให้เป็นไปตามกรอบเวลา เป้าหมายสุดท้ายคือการยกระดับ Thailand FastPass ให้เป็นกลไกถาวรในการปรับปรุงกฎระเบียบ ลดความซ้ำซ้อนของเอกสาร และแก้ปัญหาเชิงนโยบาย ทั้งเรื่องผังเมือง การใช้ประโยชน์ที่ดิน และระบบไฟฟ้า เพื่อให้เอื้อต่อการลงทุนของทุกโครงการในอนาคต

ส่วนความคืบหน้าด้านอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ นายนฤตม์ในฐานะฝ่ายเลขานุการ บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า กำลังเร่งจัดทำร่างยุทธศาสตร์ร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าจะนำเสนอต่อที่ประชุมบอร์ดได้ภายในเดือนหน้า พร้อมกันนี้ได้จับมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) อย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันปั้นบุคลากรให้รองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่เป็น "Tech Base" ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดึงดูดการลงทุนในปัจจุบัน