วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

'บีโอไอ' ไฟเขียวกองทุนเพิ่มขีด 2,500 ล้าน ยกระดับทักษะบุคลากรกว่า 6 หมื่นคน

“เอกนิติ” นั่งหัวโต๊ะประชุมบีโอไอ อนุมัติเงินกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ล็อตใหญ่ 48 โครงการ วงเงินสนับสนุนรวม 2,500 ล้านบาท เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการไทยด้วยเทคโนโลยี ระบบอัตโนมัติ และการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียว พร้อมทั้งเร่งสปีดมาตรการ Skill Bridge พัฒนากำลังคนทักษะสูงกว่า 66,000 คน เพื่อมุ่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยพร้อมแข่งขันในเวทีโลก

KEY POINTS

  • คณะอนุกรรมการสรรหาและเจรจา ภายใต้กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ มีมติอนุมัติงบประมาณรวม 2,498 ล้านบาท (ประมาณ 2,500 ล้านบาท) เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และพัฒนาบุคลากร
  • งบประมาณแบ่งออกเป็น 2 มาตรการหลัก ได้แก่ “มาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย (Business Transformation)” วงเงิน 1,033 ล้านบาท และ “มาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูง (Skill Bridge)” วงเงิน 1,465 ล้านบาท
  • มาตรการ Skill Bridge มีเป้าหมายเพื่อพัฒนากำลังคนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเมื่อรวมกับโครงการที่ได้รับอนุมัติก่อนหน้านี้ จะสามารถพัฒนาบุคลากรทักษะสูงได้รวมทั้งสิ้น 66,500 คน
  • การพัฒนาบุคลากรจะครอบคลุมทักษะที่จำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น AI, อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), หุ่นยนต์, การแพทย์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

 

 

 

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2569 ที่ประชุมคณะอนุกรรมการสรรหา และเจรจา ภายใต้กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้มีมติอนุมัติ 17 โครงการที่ขอรับการส่งเสริมตาม “มาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Business Transformation)”

และ 31  โครงการที่ขอรับการส่งเสริมตาม “มาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ (Skill Bridge)” เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งทั้งสองมาตรการนี้เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล และเป็นเรื่องที่รองนายกฯ เอกนิติ ผลักดันมาโดยตลอด

'บีโอไอ' ไฟเขียวกองทุนเพิ่มขีด 2,500 ล้าน ยกระดับทักษะบุคลากรกว่า 6 หมื่นคน

สำหรับ “มาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Business Transformation)” ที่ประชุมได้อนุมัติให้การส่งเสริมบริษัทไทยจำนวน 17 โครงการ วงเงินสนับสนุนรวม 1,033 ล้านบาท ครอบคลุมอุตสาหกรรมเกษตร การแปรรูปอาหาร เทคโนโลยีชีวภาพ การแพทย์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยโครงการเหล่านี้จะมีการลงทุนเพื่อยกระดับประสิทธิภาพของธุรกิจผ่านเทคโนโลยี และนวัตกรรม เช่น การปรับสายการผลิตให้เป็น Smart Factory ด้วยระบบออโตเมชัน และหุ่นยนต์ การใช้ AI และ Data Analytics ในการวิเคราะห์กระบวนการผลิตแบบ real-time

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดของเสียในสายการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูงที่ตอบโจทย์ตลาดโลก เช่น บรรจุภัณฑ์ชีวภาพย่อยสลายได้จากวัตถุดิบทางการเกษตร และอุปกรณ์การแพทย์ความแม่นยำสูง ตลอดจนการยกระดับโรงงานสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ด้วยระบบพลังงานอัจฉริยะ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ในส่วน “มาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ (Skill Bridge)” ที่ประชุมได้อนุมัติให้การส่งเสริมบริษัท และสถาบันการศึกษา/ฝึกอบรมจำนวน 31 โครงการ วงเงินสนับสนุนรวม 1,465 ล้านบาท เพื่อพัฒนากำลังคนในอุตสาหกรรมเป้าหมายจำนวน 49,300 คน เมื่อรวมกับโครงการที่ได้รับอนุมัติก่อนหน้านี้

'บีโอไอ' ไฟเขียวกองทุนเพิ่มขีด 2,500 ล้าน ยกระดับทักษะบุคลากรกว่า 6 หมื่นคน

ทำให้ปัจจุบันมีโครงการที่ได้รับการสนับสนุนภายใต้มาตรการนี้แล้วทั้งสิ้น 35 โครงการ ซึ่งจะมีการพัฒนาบุคลากรรวม 66,500 คน โดยโครงการที่ได้รับการสนับสนุนผ่านการพิจารณาคัดเลือกจาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ มาตรฐานหลักสูตร ความเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ ศักยภาพ และความพร้อมในการจัดฝึกอบรม โดยการฝึกอบรมจะครอบคลุมทักษะที่จำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น

  • ดิจิทัล: หลักสูตรด้านเทคโนโลยี AI, Data Analytics, Cloud Computing และ Cybersecurity
  • อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ: หลักสูตรด้านการออกแบบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB Design) และระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ
  • ยานยนต์สมัยใหม่: หลักสูตรด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) เทคโนโลยีแบตเตอรี่ และระบบการผลิตสมัยใหม่
  • หุ่นยนต์: หลักสูตรด้านหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ระบบอัตโนมัติ และการผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing)
  • เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ: หลักสูตรด้านการประยุกต์ใช้ AI และ IoT ในภาคเกษตร เกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) และเทคโนโลยีชีวภาพ
  • การแปรรูปอาหารที่มีมูลค่าเพิ่มสูง: หลักสูตรด้านนวัตกรรมอาหาร เทคโนโลยีการแปรรูปอาหาร และบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ
  • การแพทย์: หลักสูตรด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ นวัตกรรมชีวการแพทย์ และการวิเคราะห์ข้อมูลด้านสุขภาพ
  • อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ: หลักสูตรด้านการวิเคราะห์วัสดุ และนาโนขั้นสูง ระบบควบคุมความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และอากาศยานไร้คนขับ

'บีโอไอ' ไฟเขียวกองทุนเพิ่มขีด 2,500 ล้าน ยกระดับทักษะบุคลากรกว่า 6 หมื่นคน

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้อนุมัติโครงการภายใต้ “มาตรการสนับสนุนสตาร์ตอัปศักยภาพสูงที่มีความพร้อมเชิงพาณิชย์” ซึ่งเป็นโครงการของผู้ประกอบการไทยที่นำผลงานวิจัย และนวัตกรรมที่เป็น Deep Tech มาต่อยอดสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรม โดยมุ่งวิจัยและพัฒนา “คาร์บอนควอนตัมดอท” (Carbon Quantum Dots: CQDs) ซึ่งเป็นวัสดุนาโนขั้นสูง ที่สามารถเพิ่มคุณสมบัติพิเศษให้กับวัสดุที่นำไปผสม เช่น

เสริมความแข็งแกร่ง โดย CQDs ในโครงการจะผลิตจากเศษวัสดุเหลือทิ้งในภาคอุตสาหกรรม และการเกษตร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรในประเทศ ลดการพึ่งพาวัสดุนำเข้าจากต่างประเทศ และยกระดับผลงานวิจัยของไทยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ทั้งยังสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน และวางรากฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมวัสดุขั้นสูงของประเทศในระยะยาว

“สิ่งที่เราทำวันนี้คือ การส่งเสริมการลงทุนในเรื่องที่เป็นอนาคตของประเทศ และการช่วยยกระดับผู้ประกอบการไทย เป็นการตอกย้ำว่า บีโอไอไม่ได้มีบทบาทแค่การดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศ แต่ยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยทุกกลุ่มสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก ผ่านเทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียวให้สอดคล้องกับกติกาการค้าใหม่ของโลก ควบคู่กับการเร่งพัฒนากำลังคนรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งในสาขา AI, เซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง, ยานยนต์ไฟฟ้า, หุ่นยนต์, อุตสาหกรรมชีวภาพ และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ เพื่อให้บุคลากรไทยสามารถเข้าถึงงานที่มีคุณค่า และสามารถสร้างรายได้สูงในอนาคต” นายนฤตม์ กล่าว

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์