กระทรวงการคลัง มีแผนจัดระเบียบสวัสดิการของรัฐครั้งใหญ่ โดยจะนำระบบภาษีเงินได้แบบติดลบ (Negative Income Tax) มาปรับใช้หลักการสำคัญของโมเดลนี้คือ ผู้ที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนดจะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐ แทนที่จะต้องเสียภาษี รูปแบบการให้สวัสดิการในอนาคตจะมีความยืดหยุ่น โดยจะช่วยเหลือตามระดับความเดือดร้อนของแต่ละบุคคล ไม่ใช่การให้ความช่วยเหลือแบบเท่ากันทั้งหมด
KEY POINTS
- กระทรวงการคลังมีแผนจัดระเบียบสวัสดิการของรัฐครั้งใหญ่ โดยจะนำระบบภาษีเงินได้แบบติดลบ (Negative Income Tax) มาปรับใช้
- หลักการสำคัญของโมเดลนี้คือ ผู้ที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนดจะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐ แทนที่จะต้องเสียภาษี
- รูปแบบการให้สวัสดิการในอนาคตจะมีความยืดหยุ่น โดยจะช่วยเหลือตามระดับความเดือดร้อนของแต่ละบุคคล ไม่ใช่การให้ความช่วยเหลือแบบเท่ากันทั้งหมด
วันที่ 23 มิ.ย.2569 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้ากระบวนการคัดกรองสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ว่า ภายหลังจากที่เพิ่งปิดรับการลงทะเบียนเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการประมวลผล ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 7 วัน จึงจะเริ่มเห็นความชัดเจนโดยเฉพาะผลการพิจารณาในบางเกณฑ์ที่สามารถตรวจสอบได้เร็ว
ทั้งนี้ รายชื่อที่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 19 ล้านคน เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม 12.70 ล้านคน และกลุ่มตกสำรวจจากการที่กระทรวงมหาดไทย เข้ามาช่วยดำเนินการจัดเก็บข้อมูล 1.04 ล้านคน และที่อยู่นอกระบบอีก 5.4 ล้านคน ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่ทำให้ภาครัฐค้นพบกลุ่มคนที่เคยเข้าไม่ถึงบริการในรูปแบบเดิม หรือตกหล่นจากฐานข้อมูล ซึ่งบุคคลกลุ่มนี้จะได้รับการดูแลผ่านเครื่องมือของรัฐที่เหมาะสมต่อไป
สำหรับประเด็นการบริหารจัดการสวัสดิการที่อาจมีความซ้ำซ้อนกันในปัจจุบัน เช่น การรับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐควบคู่กับเบี้ยผู้สูงอายุหรือเบี้ยความพิการนั้น กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างการพิจารณาภาพรวมทั้งหมด โดยจะนำระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เข้ามาช่วยวิเคราะห์ เพื่อให้สามารถประเมินได้ว่าคนไทย 1 คน ควรได้รับการดูแลจากรัฐในมิติใดบ้าง
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการตัดสิทธิหรือยกเลิกสวัสดิการเดิมของใครทั้งสิ้น แต่ทิศทางในอนาคตจำเป็นต้องมีการจัดสรรสวัสดิการให้มีความเหมาะสม และตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของประชาชนมากที่สุด
นายลวรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับปรุงระบบสวัสดิการครั้งใหญ่นี้ จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จควบคู่ไปกับการนำระบบภาษีเงินได้แบบติดลบ (Negative Income Tax หรือ NIT) เข้ามาปรับใช้ร่วมกัน โดยมีหลักการสำคัญคือ ผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์จะต้องเข้าระบบเพื่อเสียภาษีตามปกติ ในขณะที่กลุ่มผู้ที่ไม่มีรายได้ หรือกลุ่มที่หลุดออกจากฐานข้อมูลผู้เสียภาษี ภาครัฐจะเข้ามารับช่วงดูแลผ่านการให้สวัสดิการแทน
ทั้งนี้ รูปแบบการดูแลสวัสดิการในอนาคต จะไม่ใช่การให้ความช่วยเหลือแบบรูปแบบเดียวเท่ากันหมดแล้วจบไป แต่จะมีการออกแบบชุดสวัสดิการให้มีความยืดหยุ่นและแบ่งออกเป็นระดับต่างๆ เช่น เดือดร้อนมาก ช่วยเหลือมาก เดือดร้อนน้อย ช่วยเหลือน้อย เพื่อให้สอดคล้องกับความจำเป็นของแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





