วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน 2569

Login
Login

คลังรื้อสวัสดิการรัฐซ้ำซ้อน ปูพรม "Negative Income Tax" ภายใน 2 ปี

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมจัดระเบียบสวัสดิการแห่งรัฐครั้งใหญ่ โดยนำระบบภาษีเงินได้แบบติดลบ (Negative Income Tax: NIT) มาบังคับใช้จริงภายใน 2 ปี โดยระบบนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดสวัสดิการที่เหมาะสมกับประชาชนแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ หลักการทำงานของระบบ NIT จะมีการแบ่งแยกชัดเจนระหว่างกลุ่มผู้ที่ต้องเสียภาษีและกลุ่มที่ควรได้รับสวัสดิการ โดยประชาชนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ให้จ่ายภาษี ส่วนผู้ที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์จะได้รับสวัสดิการ

“ภาครัฐจะต้องเป็นผู้พิจารณาว่าผู้ที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์นั้น เหมาะสมกับสวัสดิการประเภทไหนอย่างไร ไม่ใช่การให้สวัสดิการเหมือนกันหมดทุกคน ระบบจะพิจารณาจากความยากลำบากและความจำเป็นของแต่ละบุคคลเป็นหลัก”

นายลวรณ ยกตัวอย่าง หากเป็นผู้สูงอายุจะได้รับสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุ หากเป็นผู้พิการก็จะได้รับสวัสดิการของผู้พิการ ดังนั้น นโยบายการแจกเงินแบบเหมาจ่ายเท่ากันทุกคน เช่น คนละ 2,000 บาท จะไม่เกิดขึ้นในระบบนี้ แต่จะเป็นการให้สวัสดิการแบบ "พุ่งเป้า"

ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญอีกประการหนึ่งของระบบนี้ คือการลดความซ้ำซ้อนของการรับสิทธิประโยชน์จากหลายหน่วยงานรัฐ ปัจจุบันกรมบัญชีกลางกำลังดำเนินการรวบรวมข้อมูลว่าประชาชน 1 คน ได้รับสิทธิความช่วยเหลืออะไรจากภาครัฐบ้าง เช่น บางคนอาจได้ทั้งเบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยผู้พิการ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลข้าราชการบำนาญร่วมด้วย 

“การจัดระเบียบสิทธิเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่า 1 คนจะรับได้เพียง 1 สิทธิ์ แต่ประชาชนจะได้รับกี่สิทธิ์ก็ได้ตราบใดที่ตรงกับความจำเป็นและปัญหาของบุคคลนั้นๆ เนื่องจากภาครัฐมีงบประมาณจำกัด การใช้จ่ายงบประมาณเพื่อจัดสวัสดิการจึงต้องมีความแม่นยำ ตรงตามวัตถุประสงค์ และไม่สะเปะสะปะ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด"

นายลวรณ กล่าวต่อว่า กุญแจสำคัญที่จะทำให้ระบบ NIT สำเร็จได้ คือการสร้างระบบข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่มีความเชื่อมโยงและแม่นยำ เพื่อให้รัฐรู้จักตัวตนและสถานะของประชาชนคนไทยอย่างละเอียด ปัจจุบันกระทรวงการคลังมีการเชื่อมโยงแหล่งข้อมูลแล้วกว่า 40 แหล่งเพื่อใช้ในการคัดกรอง 

เมื่อระบบ NIT พร้อมใช้งาน ประชาชนทุกคนจะต้องเข้าสู่ระบบเพื่อยื่นแบบแสดงรายการภาษี เพื่อให้รัฐทราบถึงฐานรายได้ ภาระค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขชีวิต เช่น การดูแลบิดามารดา หรือการเจ็บป่วย 

ปลัดกระทรวงการคลังยืนยันว่า เทคโนโลยีในปัจจุบันสามารถรองรับการทำธุรกรรมของคนจำนวนมากได้ และในอนาคตการยื่นภาษีจะถูกพัฒนาให้ง่ายขึ้นจนอาจเหลือเพียงการกดปุ่มยืนยันข้อมูลเพียงปุ่มเดียว

นอกจากนี้ ระบบสวัสดิการภายใต้ NIT จะมีความยืดหยุ่นและสะท้อนสถานะทางเศรษฐกิจของประชาชนแบบเรียลไทม์ อาทิ ปีนี้ตกงานท่านได้รับสวัสดิการ ปีหน้ามีงานทำแล้วหลุดออกจากสวัสดิการ

"การจัดระเบียบสวัสดิการใหม่ทั้งหมดนี้จะกระทบกับกลุ่มคนที่เคยได้รับสิทธิเดิม และย่อมต้องเผชิญกับแรงต้านหรือแรงเสียดทานในสังคม แต่กระทรวงการคลังจำเป็นต้องเดินหน้าดำเนินการเพื่อลดความซ้ำซ้อน โดยยืนยันว่าทุกขั้นตอนอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง โปร่งใส และไม่ได้เป็นการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด"